KNOWLEDGE

Safety Harness คืออะไร ? อุปกรณ์สำคัญสำหรับงานบนที่สูง

ต.ค. 30, 2026

ชุดสายรัดนิรภัยกันตก Safety Harness สำหรับงานบนที่สูง

Key Takeaways

 

ชุดสายรัดนิรภัยกันตก (Safety Harness) คืออุปกรณ์นิรภัยที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันการตกจากที่สูง ช่วยรองรับร่างกายและกระจายแรงเมื่อเกิดการพลัดตก โดยชุดกันตกจากที่สูงที่ปลอดภัยไม่ได้มีเพียงชุดสายรัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสายเชือกนิรภัย ตัวดูดซับแรงกระแทก จุดยึดนิรภัย และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ต้องใช้งานร่วมกันอย่างถูกต้อง ก่อนใช้งานทุกครั้งควรตรวจสอบสายรัด ตะเข็บ ชิ้นส่วนโลหะ ระบบล็อก ป้ายมาตรฐาน และประวัติการใช้งาน หากพบความเสียหายหรืออุปกรณ์เคยรับแรงกระชากจากการตก ควรหยุดใช้ทันที

 

สำหรับสายช่าง วิศวกร และคนทำงานบนที่สูง ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุพลัดตกเป็นสิ่งที่ไม่อาจประนีประนอมได้ หลายคนจึงต้องทำความเข้าใจว่า Safety Harness คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการรักษาชีวิต เพราะการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม จะช่วยให้การทำงานบนนั่งร้าน โครงสร้างหลังคา หรือการซ่อมบำรุงในที่สูงเป็นไปอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรง และเพิ่มความมั่นใจในการปฏิบัติงานได้มากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม การมีชุดสายรัดนิรภัยกันตกเพียงชิ้นเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากไม่ได้ใช้งานร่วมกับสายเชือกนิรภัย จุดยึดนิรภัย ตัวดูดซับแรงกระแทก และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เหมาะสม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Safety Harness มีอะไรบ้าง และควรตรวจสอบอุปกรณ์อย่างไรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

 

ทำความรู้จัก Safety Harness คืออะไร ใช้ป้องกันอันตรายอะไร ?

ชุดสายรัดนิรภัยกันตก (Safety Harness) คืออุปกรณ์นิรภัยสำหรับผู้ที่ต้องทำงานบนที่สูง ออกแบบมาเพื่อช่วยรองรับร่างกายและกระจายแรงกระแทกเมื่อเกิดการพลัดตก โดยแรงดึงจะถูกกระจายไปยังส่วนที่แข็งแรงของร่างกาย เช่น ไหล่ หน้าอก ต้นขา และกระดูกเชิงกราน เพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บรุนแรง

 

อุปกรณ์ชนิดนี้เหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงต่อการตกจากที่สูง เช่น งานก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง งานติดตั้งโครงสร้าง งานบนหลังคา งานบนเสา หรืองานในพื้นที่ต่างระดับ โดยควรใช้งานร่วมกับสายเชือกนิรภัย จุดยึดนิรภัย และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ระบบป้องกันการตกทำงานได้อย่างปลอดภัย

 

ตามนิยามของ OSHA (Occupational Safety and Health Administration หรือ สำนักงานบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งสหรัฐอเมริกา) ชุดสายรัดนิรภัยกันตกเป็นอุปกรณ์ที่ยึดรอบตัวผู้ใช้งาน และช่วยกระจายแรงหยุดการตกไปยังต้นขา เชิงกราน เอว หน้าอก และไหล่ พร้อมมีจุดสำหรับเชื่อมต่อกับส่วนประกอบอื่นในระบบป้องกันการตกส่วนบุคคล

 

ชุดสายรัดนิรภัยแบบเต็มตัวต่างจากเข็มขัดนิรภัยแบบคาดเอวอย่างไร ?

หลายคนอาจสับสนระหว่างชุดสายรัดนิรภัยแบบเต็มตัว (Full Body Harness) กับเข็มขัดนิรภัยแบบคาดเอว (Safety Belt) เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กับงานบนที่สูงเหมือนกัน แต่ความสามารถในการป้องกันอันตรายแตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

  • ชุดสายรัดนิรภัยแบบเต็มตัว (Full Body Harness) คือชุดสายรัดนิรภัยที่มีสายรัดบริเวณไหล่ ลำตัว และต้นขา พร้อมจุดเชื่อมต่อสำหรับระบบหยุดการตก เมื่อเกิดการพลัดตก อุปกรณ์จะช่วยกระจายแรงไปยังหลายส่วนของร่างกาย และช่วยพยุงลำตัวให้อยู่ในท่าที่ปลอดภัยมากขึ้นขณะรอการช่วยเหลือ จึงเหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงต่อการตกจากที่สูง
  • เข็มขัดนิรภัยแบบคาดเอว (Safety Belt) คืออุปกรณ์ที่ช่วยรับแรงบริเวณเอวเป็นหลัก จึงไม่เหมาะกับการใช้เป็นอุปกรณ์หยุดการตก เพราะแรงกระชากอาจส่งผลต่อกระดูกสันหลังและอวัยวะภายใน ปัจจุบันจึงเหมาะกับงานพยุงตัวหรืองานจำกัดระยะการเคลื่อนที่มากกว่า โดย OSHA ระบุว่าเข็มขัดคาดเอวยังไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบหยุดการตกส่วนบุคคล แต่สามารถใช้ในระบบพยุงตัวได้ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

 

Safety Harness มีอะไรบ้าง ? ส่วนประกอบของอุปกรณ์กันตกครบชุด

ระบบป้องกันการตกที่ปลอดภัยไม่ได้มีเพียงชุดสายรัดนิรภัยกันตกเท่านั้น แต่ต้องใช้อุปกรณ์หลายส่วนร่วมกันอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเกิดการพลัดตกจากที่สูง โดยอุปกรณ์หลักมีดังนี้

 

1. ชุดสายรัดนิรภัยกันตก

ชุดสายรัดนิรภัยกันตกเป็นอุปกรณ์หลักที่ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่รอบลำตัว เพื่อช่วยรองรับและกระจายแรงเมื่อเกิดการตก โดยควรเลือกแบบที่มีจุดเชื่อมต่อด้านหลังบริเวณระดับสะบัก หรือจุดเชื่อมต่ออื่น ๆ ตามลักษณะงานและคำแนะนำของผู้ผลิต

จุดเชื่อมต่อด้านหลังหรือห่วง D-Ring มักใช้กับระบบหยุดการตก เพราะช่วยให้ร่างกายอยู่ในแนวที่เหมาะสมหลังเกิดเหตุ และช่วยให้การช่วยเหลือทำได้ปลอดภัยมากขึ้น

 

2. สายเชือกนิรภัยและตัวดูดซับแรงกระแทก

สายเชือกนิรภัย (Lanyard) ใช้เชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับจุดยึดนิรภัย ส่วนตัวดูดซับแรงกระแทก (Shock Absorber) ช่วยลดแรงกระชากที่เกิดขึ้นเมื่อมีการตก ทำให้แรงที่ส่งเข้าสู่ร่างกายลดลง และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงาน

มาตรฐาน EN 355:2002 เป็นมาตรฐานยุโรปที่ระบุข้อกำหนด วิธีทดสอบ การทำเครื่องหมาย และข้อมูลจากผู้ผลิตสำหรับตัวดูดซับแรงกระแทก ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบป้องกันการตกจากที่สูง

 

3. จุดยึดนิรภัยและอุปกรณ์เชื่อมต่อ

จุดยึดนิรภัย (Anchorage) คือจุดสำหรับยึดระบบกันตกเข้ากับโครงสร้าง ส่วนอุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น ตะขอเกี่ยวแบบล็อก (Snap Hook) หรือคาราบิเนอร์ (Carabiner) ใช้เชื่อมอุปกรณ์แต่ละส่วนเข้าด้วยกัน โดยควรเลือกอุปกรณ์ที่แข็งแรง มีระบบล็อกที่ปลอดภัย และเหมาะกับมาตรฐานของงาน

 

OSHA ระบุว่า จุดยึดสำหรับอุปกรณ์หยุดการตกส่วนบุคคลควรเป็นอิสระจากจุดยึดที่ใช้รองรับแพลตฟอร์มหรือโครงสร้างอื่น และโดยทั่วไปต้องรองรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 5,000 ปอนด์ต่อผู้ใช้งานหนึ่งคน (2.27 ตัน) หรือได้รับการออกแบบ ติดตั้ง และใช้งานภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดโดยผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม

 

มาตรฐานของ Safety Harness มีอะไรที่ควรรู้ ?

การเลือกซื้อชุดสายรัดนิรภัยกันตกควรดูจากเอกสารรับรองของสินค้าแต่ละรุ่น ไม่ควรพิจารณาจากชื่อสินค้า ราคา หรือรูปแบบภายนอกเพียงอย่างเดียว เพราะอุปกรณ์กันตกเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตผู้ใช้งาน

 

มาตรฐานของ Safety Harness ที่มักพบ ได้แก่

  • EN 361 : มาตรฐานยุโรปสำหรับชุดสายรัดนิรภัยแบบเต็มตัว โดยระบุข้อกำหนด วิธีทดสอบ การทำเครื่องหมาย ข้อมูลจากผู้ผลิต และบรรจุภัณฑ์สำหรับชุดสายรัดนิรภัยแบบเต็มตัว
  • EN 355 : มาตรฐานสำหรับตัวดูดซับแรงกระแทกที่ใช้ในระบบป้องกันการตกจากที่สูง
  • ANSI/ASSP Z359 : กลุ่มมาตรฐานด้านอุปกรณ์และระบบป้องกันการตกของสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมทั้งการปีน การพยุงตัว ระบบหยุดการตก การช่วยเหลือ และอันตรายจากการตกในรูปแบบอื่น ๆ
  • ข้อกำหนดของหน้างานหรือโครงการ : บางองค์กรอาจกำหนดให้ใช้อุปกรณ์ตามมาตรฐานเฉพาะ เช่น ต้องมีจุดเชื่อมต่อหลายจุด ต้องใช้ร่วมกับสายเชือกนิรภัยประเภทใด หรือจำเป็นต้องมีเอกสารรับรองของผู้ผลิต
  • KOSHA (Korea Occupational Safety and Health Agency) : มาตรฐานความปลอดภัยของเกาหลีใต้สำหรับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมชุดสายรัดนิรภัยกันตก

 

KOSHA คืออะไร และสำคัญอย่างไรต่อความปลอดภัยในเกาหลีใต้ ?

KOSHA (Korea Occupational Safety and Health Agency) เป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการทำงานของเกาหลีใต้ ภายใต้กระทรวงแรงงานและการจ้างงาน ทำหน้าที่ป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงาน ให้คำแนะนำทางเทคนิคแก่สถานประกอบการ และตรวจสอบรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) โดย Safety Harness มาตรฐานเกาหลีใต้ต้องผ่านการรับรองแบบบังคับตามกฎหมาย และติดเครื่องหมาย KCs เมื่อผ่านเกณฑ์

 

การรับรอง KOSHA สำคัญกับผู้ซื้ออย่างไร ?

ชุดกันตกจากที่สูงที่ Esco Premium นำเข้าจากเกาหลีผ่านการรับรอง KOSHA ซึ่งตรวจทั้งประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของสินค้าและระบบการผลิต พร้อมตรวจติดตามผลเป็นประจำทุกปี ผู้ซื้อจึงได้ประโยชน์ดังนี้

 

  • มีหน่วยงานภายนอกตรวจสอบ : ไม่ได้อาศัยการรับรองจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายเพียงฝ่ายเดียว
  • ใช้ประกอบการจัดซื้อและตรวจรับ : เจ้าหน้าที่ จป. และฝ่ายจัดซื้อขอใบรับรองของรุ่นที่สั่งได้ และควรตรวจควบคู่กับมาตรฐานอื่น เช่น EN 361

 

สำหรับประเทศไทย กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับงานที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีข้อบังคับและขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัย มีการระบุอันตราย วางแผนการทำงาน ป้องกันและควบคุมอันตราย รวมถึงอบรมหรือชี้แจงลูกจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ดังนั้น ก่อนเลือกชุดกันตกจากที่สูง ควรตรวจสอบทั้งมาตรฐานสินค้า คู่มือผู้ผลิต กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และข้อกำหนดของหน้างานร่วมกันเสมอ

 

วิธีเลือกชุดกันตกจากที่สูงให้เหมาะกับงาน

การเลือกชุดกันตกจากที่สูงควรเริ่มจากลักษณะงาน ไม่ใช่เริ่มจากราคา เพราะงานแต่ละแบบมีความเสี่ยงต่างกัน เช่น งานบนหลังคา งานนั่งร้าน งานปีนเสา งานในโรงงาน หรืองานซ่อมบำรุงบนโครงสร้างสูง

 

ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้

  1. ประเภทงาน : งานหยุดการตก งานพยุงตัว งานจำกัดระยะการเคลื่อนที่ หรืองานโรยตัว อาจต้องใช้อุปกรณ์ต่างกัน
  2. จำนวนจุดยึด : บางงานใช้ห่วง D-Ring ด้านหลังเพียงจุดเดียว ขณะที่บางงานอาจต้องใช้จุดยึดด้านหน้า ด้านข้าง หรือหลายจุดตามลักษณะงาน
  3. ความสบายในการสวมใส่ : หากต้องทำงานนาน ควรเลือกชุดที่ปรับขนาดได้ดี น้ำหนักเหมาะสม และไม่กดทับต้นขา ไหล่ หรือหน้าอก
  4. ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ : ชุดสายรัดนิรภัย สายเชือกนิรภัย ตัวดูดซับแรงกระแทก อุปกรณ์เชื่อมต่อ และจุดยึดนิรภัยต้องใช้งานร่วมกันได้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  5. เอกสารรับรอง : ควรขอใบรับรองสินค้า เอกสารมาตรฐาน หรือเอกสารจากผู้ผลิตของสินค้าแต่ละรุ่นก่อนสั่งซื้อ
  6. แผนช่วยเหลือฉุกเฉิน : การใช้ชุดกันตกควรมีแผนช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานหลังเกิดการตก เพราะผู้ใช้งานอาจห้อยตัวอยู่กลางอากาศและต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

การเลือกชุดกันตกจากที่สูงที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่การเลือก “ชุดที่ใส่ได้” แต่ต้องเลือกชุดที่เหมาะกับงาน และสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ป้องกันในการทำงานบนที่สูงอื่น ๆ ได้ถูกต้อง ทั้งยังจะต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องด้วย

Safety Harness มีอะไรบ้าง อุปกรณ์ชุดกันตกจากที่สูงแบบครบชุด

วิธีตรวจสอบ Safety Harness ก่อนใช้งาน

ก่อนเริ่มงานบนที่สูง ผู้ปฏิบัติงานไม่ควรตรวจสอบชุดสายรัดนิรภัยกันตกเฉพาะจากสภาพภายนอกเท่านั้น แต่ควรดูให้ครบทั้งความเหมาะสมของอุปกรณ์กับลักษณะงาน เอกสารมาตรฐาน และประวัติการใช้งาน เพราะอุปกรณ์ที่ยังดูสมบูรณ์ภายนอก อาจไม่เหมาะกับงานหรืออาจเคยรับแรงกระชากมาก่อนก็ได้

 

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนนำ Safety Harness ไปใช้งาน ได้แก่

  • เลือกอุปกรณ์ให้ตรงกับประเภทงาน : งานหยุดการตก งานพยุงตัว งานจำกัดระยะการเคลื่อนที่ หรืองานโรยตัว อาจต้องใช้ชุดสายรัด จุดเชื่อมต่อ และสายเชือกนิรภัยต่างกัน
  • ตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ : ชุดสายรัดนิรภัย สายเชือกนิรภัย ตัวดูดซับแรงกระแทก ตะขอเกี่ยว และจุดยึดนิรภัย ต้องใช้งานร่วมกันได้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  • ดูป้ายและเอกสารมาตรฐาน : ป้ายบนอุปกรณ์ควรอ่านได้ชัดเจน และควรมีข้อมูลรุ่น ผู้ผลิต วันที่ผลิต หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น EN 361, EN 355 หรือมาตรฐานอื่นตามที่หน้างานกำหนด
  • ตรวจสอบประวัติการใช้งาน : หากอุปกรณ์เคยผ่านการตก รับแรงกระชากรุนแรง หรือไม่ทราบประวัติการใช้งานที่ชัดเจน ควรหยุดใช้และส่งให้ผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยตรวจสอบก่อน
  • ประเมินสภาพแวดล้อมของงาน : หากต้องทำงานในพื้นที่มีความร้อน สารเคมี ของมีคม หรือพื้นผิวที่เสี่ยงต่อการเสียดสี ควรเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับความเสี่ยงนั้นโดยเฉพาะ

การตรวจสอบในขั้นตอนนี้จึงเป็นการดูว่า “อุปกรณ์ชุดนี้เหมาะและพร้อมสำหรับงานนี้หรือไม่” ก่อนเข้าสู่การตรวจสภาพจริงของตัวอุปกรณ์แต่ละจุด

 

วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ด้วยตัวเองก่อนสวมใส่ทุกครั้ง

หลังจากตรวจสอบความเหมาะสมของอุปกรณ์แล้ว ผู้ใช้งานควรตรวจสภาพชุดสายรัดนิรภัยกันตกด้วยตัวเองก่อนสวมใส่ทุกครั้ง โดยไล่ดูจากสายรัด ตะเข็บ ชิ้นส่วนโลหะ และระบบล็อกอย่างละเอียด

 

  1. ตรวจสายรัดและเนื้อผ้า สายรัดต้องไม่มีรอยฉีกขาด รอยตัด รอยไหม้ รอยเปื้อนสารเคมี เส้นใยหลุดลุ่ย หรือจุดที่บางผิดปกติ หากพบว่าสายแข็ง กรอบ เปลี่ยนสี หรือเสียรูป ควรหยุดใช้งานทันที
  2. ตรวจตะเข็บและจุดรับแรง ตะเข็บบริเวณหัวไหล่ หน้าอก ต้นขา ห่วง D-Ring และจุดเชื่อมต่อสำคัญต้องไม่หลุด ไม่ขาด และไม่มีด้ายรุ่ย เพราะเป็นจุดที่ต้องรับแรงเมื่อเกิดการตก
  3. ตรวจชิ้นส่วนโลหะ ห่วง D-Ring หัวเข็มขัด ตะขอเกี่ยวแบบล็อก และคาราบิเนอร์ต้องไม่มีรอยร้าว ไม่บิดงอ ไม่เป็นสนิม และไม่มีขอบคมที่อาจบาดสายรัดหรือทำให้อุปกรณ์เสียหายระหว่างใช้งาน
  4. ตรวจระบบล็อกและการปรับขนาด หัวเข็มขัด ตะขอเกี่ยว และคาราบิเนอร์ต้องล็อกได้สนิท เปิด-ปิดได้ปกติ และไม่หลุดเองเมื่อขยับตัว หลังสวมใส่ควรปรับสายให้กระชับกับลำตัว ไม่หลวมจนเลื่อนตำแหน่ง และไม่แน่นจนรบกวนการเคลื่อนไหว
  5. ตรวจสายเชือกนิรภัยและตัวดูดซับแรงกระแทก สายเชือกนิรภัยต้องไม่มีรอยขาด ขุย หรือรอยไหม้ ส่วนตัวดูดซับแรงกระแทกต้องไม่ถูกดึงเปิดหรือฉีกออก หากพบว่าตัวดูดซับแรงถูกใช้งานแล้ว ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ
  6. ตรวจความพร้อมก่อนเริ่มงานจริง หลังสวมใส่แล้ว ควรลองขยับ เดิน ย่อตัว และยกแขน เพื่อดูว่าชุดไม่บิด ไม่รั้ง และไม่กดทับร่างกายผิดตำแหน่ง หากรู้สึกหลวมเกินไป แน่นเกินไป หรือไม่มั่นใจในการสวมใส่ ควรให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบก่อนเริ่มงาน

 

ยกระดับความปลอดภัยทุกพื้นที่ความสูง เลือกชุดกันตกจากที่สูงจาก Esco Premium

แม้จะเข้าใจแล้วว่า Safety Harness คืออะไรและ Safety Harness มีอะไรบ้าง แต่สำหรับวิศวกร ผู้รับเหมา และเจ้าหน้าที่ จป. ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในการทำงานบนโครงสร้างสูง การเลือกอุปกรณ์จากผู้จัดจำหน่ายที่เชื่อถือได้ยังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

 

Esco Premium คัดสรรชุดกันตกจากที่สูง และอุปกรณ์ป้องกันการตกสำหรับงานอุตสาหกรรม ทั้งชุดสายรัดนิรภัยแบบเต็มตัว สายเชือกนิรภัย ตัวดูดซับแรงกระแทก และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการใช้งานในงานก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง งานคลังสินค้า งานโรงงาน และงานที่ต้องทำงานบนพื้นที่ต่างระดับ

 

หากต้องการเลือกอุปกรณ์กันตกให้เหมาะกับหน้างานจริง ทีมงาน Esco Premium พร้อมให้คำแนะนำตามลักษณะงาน งบประมาณ และมาตรฐานที่องค์กรต้องการ เพื่อช่วยให้การทำงานบนที่สูงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

เลือกชุดอุปกรณ์กันตกคุณภาพมาตรฐานระดับมืออาชีพกับ Esco Premium วันนี้

ติดต่อเราได้ที่

 

แหล่งอ้างอิง

  1. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชันฯ พ.ศ. 2564. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 จาก https://osh.labour.go.th/wp-content/uploads/2026/02/t-0051-2564.pdf
  2. 1910.140 – Personal fall protection systems. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 จาก
    https://www.osha.gov/laws-regs/regulations/standardnumber/1910/1910.140
  3. 1926.502 – Fall protection systems criteria and practices. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 จาก
    https://www.osha.gov/laws-regs/regulations/standardnumber/1926/1926.502
  4. BS EN 361:2002 Personal protective equipment against falls from a height — Full body harnesses. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 จาก
    https://knowledge.bsigroup.com/products/personal-protective-equipment-against-falls-from-a-height-full-body-harnesses

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Safety Harness และชุดกันตกจากที่สูง (FAQs)

 

ใส่ Safety Harness แล้วต้องเกี่ยวกับจุดยึดตลอดเวลาหรือไม่ ?

ควรเกี่ยวกับจุดยึดนิรภัยทุกครั้งเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงตกจากที่สูง เพราะชุดสายรัดนิรภัยกันตกจะช่วยป้องกันอันตรายได้ก็ต่อเมื่อใช้งานร่วมกับระบบเชื่อมต่อและจุดยึดที่เหมาะสม หากสวมชุดไว้แต่ไม่ได้เกี่ยวกับจุดยึด อุปกรณ์จะไม่สามารถช่วยหยุดการตกได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

 

งานแบบไหนควรใช้สายเชือกนิรภัยแบบ 2 ตะขอ ?

สายเชือกนิรภัยแบบ 2 ตะขอเหมาะกับงานที่ต้องเคลื่อนที่ต่อเนื่องบนโครงสร้าง เช่น งานนั่งร้าน งานปีนเสา งานโครงเหล็ก หรืองานที่ต้องย้ายจุดเกี่ยวบ่อย ๆ เพราะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถสลับจุดเกี่ยวได้ โดยยังมีตะขออย่างน้อยหนึ่งจุดเชื่อมกับโครงสร้างอยู่เสมอ

 

ชุดสายรัดนิรภัยกันตกควรใส่แน่นแค่ไหน ?

ควรปรับให้กระชับกับลำตัว ไม่หลวมจนสายเลื่อนตำแหน่ง และไม่แน่นจนกดทับหรือรบกวนการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะบริเวณไหล่ หน้าอก เอว และต้นขา หลังสวมใส่ควรลองขยับ เดิน ย่อตัว และยกแขน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัย

 

ใช้ชุดกันตกจากที่สูงร่วมกันหลายคนได้ไหม ?

ไม่แนะนำให้ใช้ชุดกันตกจากที่สูงร่วมกันโดยไม่มีการตรวจสอบและปรับขนาดใหม่ทุกครั้ง เพราะสรีระของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากปรับไม่พอดีอาจทำให้ชุดเลื่อนหลุดหรือกระจายแรงได้ไม่เหมาะสมเมื่อเกิดการตก องค์กรควรจัดอุปกรณ์ให้เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคน และมีระบบตรวจสอบก่อนส่งมอบใช้งาน

 

ควรจัดเก็บ Safety Harness อย่างไรให้ใช้งานได้นาน ?

ควรเก็บไว้ในที่แห้ง อากาศถ่ายเท ไม่โดนแดดจัด ความร้อน ความชื้น สารเคมี น้ำมัน หรือของมีคม ไม่ควรโยน กองทับ หรือแขวนในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการเสียดสี หลังใช้งานควรทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต และปล่อยให้แห้งก่อนจัดเก็บทุกครั้ง

 

หากต้องทำงานบนที่สูงทั้งวัน ควรเลือกชุดแบบไหน ?

หากต้องสวมใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรเลือกชุดสายรัดนิรภัยกันตกที่ปรับขนาดได้หลายจุด น้ำหนักเหมาะสม มีแผ่นรองบริเวณไหล่ เอว หรือขา และไม่กดทับขณะเคลื่อนไหว เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าและเพิ่มความคล่องตัวระหว่างทำงาน ทั้งนี้ควรเลือกตามลักษณะงานและมาตรฐานที่หน้างานกำหนดร่วมด้วย

Share this article

  • Line
  • Facebook
  • Email
  • Copy Link
Contact Us