KNOWLEDGE

รวมอุปกรณ์ป้องกันในการทำงานบนที่สูง และกฎหมายที่ต้องรู้ !

ก.ค. 22, 2026

การทำงานบนที่สูงอย่างปลอดภัยจำเป็นต้องสวมหมวกนิรภัยและชุดสวมใส่ป้องกันตก

Key Takeaways

 

การทำงานบนที่สูงไม่ใช่เพียงงานที่ทำในระดับความสูงมาก ๆ เท่านั้น แต่รวมถึงงานใดก็ตามที่มีโอกาสพลัดตกแล้วทำให้เกิดการบาดเจ็บ องค์กรจึงควรประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มงาน ทั้งยังจะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม รวมถึงมีการอบรมพนักงานให้เข้าใจขั้นตอนที่ถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎหมายการทำงานบนที่สูงอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้หมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย รองเท้าเซฟตี้ และชุดสวมใส่ป้องกันตก เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุและสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้หน้างาน

 

การทำงานบนที่สูงเป็นหนึ่งในงานที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้างหรืองานซ่อมบำรุงที่ต้องทำงานบนหลังคา นั่งร้าน โครงสร้างเหล็ก หรือพื้นที่ที่มีระดับความสูงแตกต่างจากพื้นดิน หากขาดความเข้าใจเรื่องความปลอดภัย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอุปกรณ์ที่เหมาะสม อุบัติเหตุจากการตกจากที่สูงอาจนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ในเสี้ยววินาที

 

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า “การทำงานบนที่สูง” คืออะไร มีความเสี่ยงด้านใดบ้าง รวมถึงกฎหมายการทำงานบนที่สูงได้กำหนดอะไรไว้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นข้อห้ามและอุปกรณ์สำหรับการทำงานบนที่สูงที่จำเป็น เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างปลอดภัย ถูกต้อง และลดความสูญเสียในระยะยาว

 

การทำงานบนที่สูงคืออะไร และงานแบบใดที่เข้าข่ายความเสี่ยง ?

การทำงานบนที่สูง หมายถึง งานที่ผู้ปฏิบัติงานมีโอกาสพลัดตกจากระดับหนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่ง และการตกนั้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นงานบนอาคารสูงเท่านั้น แต่รวมถึงงานบนบันได นั่งร้าน หลังคา รถกระเช้า ชั้นลอย หรือโครงสร้างที่มีความต่างระดับจากพื้นดินด้วย 

 

งานที่มักเข้าข่ายการทำงานบนที่สูง ได้แก่

  • งานก่อสร้างและติดตั้งโครงสร้าง เช่น งานบนหลังคา โครงเหล็ก นั่งร้าน หรือคานอาคาร ซึ่งมักมีความเสี่ยงจากการพลัดตกและวัสดุตกหล่น
  • งานซ่อมบำรุงและตรวจสอบระบบ เช่น งานซ่อมไฟฟ้า งานซ่อมเครื่องจักรบนที่สูง หรืองานตรวจสอบระบบบนอาคาร
  • งานคลังสินค้าและโรงงาน เช่น การขึ้นไปจัดเก็บ ตรวจสอบ หรือซ่อมแซมอุปกรณ์บนชั้นวางสูง
  • งานติดตั้งป้ายและงานภายนอกอาคาร เช่น งานติดตั้งป้ายโฆษณา งานทำความสะอาดกระจก หรืองานซ่อมแซมผนังอาคาร

 

ความเสี่ยงของงานบนที่สูงไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับความสูงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกับสภาพพื้นที่ ความมั่นคงของโครงสร้าง อุปกรณ์ที่ใช้ และความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานด้วย

 

ความเสี่ยงและอันตรายที่มักเกิดจากการทำงานบนที่สูง

การทำงานบนที่สูงมีความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งต่อผู้ปฏิบัติงานโดยตรงและบุคคลที่อยู่บริเวณรอบพื้นที่ทำงาน หากไม่มีการวางแผนหรือใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและส่งผลรุนแรง

 

  • การตกจากที่สูงและการเสียการทรงตัว : อุบัติเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือการตกจากที่สูง ซึ่งอาจเกิดจากการเหยียบพลาด พื้นลื่น การใช้บันไดหรือนั่งร้านไม่ถูกวิธี หรือไม่มีจุดยึดอุปกรณ์ป้องกันการตกที่ปลอดภัย
  • วัสดุหรือเครื่องมือหล่นใส่คนด้านล่าง : นอกจากผู้ปฏิบัติงานบนที่สูงแล้ว คนที่อยู่ด้านล่างก็มีความเสี่ยงเช่นกัน หากไม่มีการกั้นพื้นที่หรือจัดเก็บเครื่องมือให้เหมาะสม วัสดุ เครื่องมือ หรือชิ้นส่วนอาจหล่นลงมาและทำให้เกิดการบาดเจ็บได้
  • พื้นที่ทำงานไม่มั่นคง : พื้นผิวที่เปียก ลื่น เปราะ แตกหัก หรือโครงสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน ล้วนเพิ่มโอกาสให้เกิดการพลัดตก โดยเฉพาะงานบนหลังคา นั่งร้าน หรือพื้นที่ชั่วคราวที่ไม่ได้ตรวจสอบก่อนเริ่มงาน
  • ผลกระทบต่อองค์กรเมื่อเกิดอุบัติเหตุ : เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานบนที่สูง องค์กรอาจต้องเผชิญกับการหยุดงาน ค่าใช้จ่ายด้านการรักษา ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย

 

กฎหมายการทำงานบนที่สูงที่องค์กรควรรู้และปฏิบัติตาม

กฎหมายการทำงานบนที่สูงมีเป้าหมายเพื่อให้นายจ้างจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการพลัดตก และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมให้แก่พนักงาน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับนั่งร้าน โครงสร้างสูง หลังคา หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการตกจากที่สูง

 

หน้าที่ของนายจ้าง

 

  • ประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มงาน เพื่อระบุจุดอันตรายและกำหนดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
  • จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันการตก เช่น ชุดสวมใส่ป้องกันตก เชือกนิรภัย ตะขอเกี่ยว จุดยึด ราวกันตก หรือตาข่ายนิรภัย
  • จัดหา PPE ที่เหมาะสม เช่น หมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย รองเท้าเซฟตี้ และอุปกรณ์ป้องกันเฉพาะงาน
  • อบรมพนักงานก่อนปฏิบัติงาน เพื่อให้เข้าใจวิธีใช้อุปกรณ์ การตรวจสอบก่อนใช้งาน และขั้นตอนฉุกเฉิน

 

หน้าที่ของลูกจ้าง

 

  • สวมใส่อุปกรณ์ที่กำหนดอย่างถูกต้อง และไม่ถอดอุปกรณ์ระหว่างปฏิบัติงาน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง หากพบความเสียหายต้องแจ้งหัวหน้างานทันที
  • ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัย ไม่ดัดแปลงอุปกรณ์ ไม่ใช้ทางลัด และไม่ทำงานในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต

หากองค์กรไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการทำงานบนที่สูง อาจมีความเสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัย ค่าชดเชย ความรับผิดตามกฎหมาย และความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร

หลักการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงานบนที่สูง

ก่อนเริ่มงานบนที่สูง ควรเตรียมความพร้อมทั้งด้านพื้นที่ คนทำงาน อุปกรณ์ และแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพราะการป้องกันที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนขึ้นไปปฏิบัติงานจริง

 

  • ประเมินความเสี่ยงของงาน : ควรพิจารณาระดับความสูง สภาพพื้นผิว จุดยึด อุปกรณ์ที่ต้องใช้ สภาพอากาศ และความชำนาญของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อกำหนดวิธีทำงานที่ปลอดภัยที่สุด
  • ตรวจสอบพื้นที่และโครงสร้าง : พื้นที่ทำงานต้องมั่นคง ไม่ลื่น ไม่เปราะ และไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจทำให้สะดุดหรือล้ม หากใช้นั่งร้าน บันได หรือรถกระเช้า ควรตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • เตรียมอุปกรณ์ให้ครบก่อนเริ่มงาน : อุปกรณ์สำหรับการทำงานบนที่สูงควรพร้อมใช้งานและเหมาะกับลักษณะงาน เช่น ชุดสวมใส่ป้องกันตก เชือกนิรภัย จุดยึด หมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย และรองเท้าเซฟตี้
  • กำหนดผู้ควบคุมงาน : ควรมีผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยหรือหัวหน้างานคอยตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่ อุปกรณ์ และพนักงาน รวมถึงติดตามสถานการณ์ระหว่างปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
  • วางแผนกรณีฉุกเฉิน : ควรกำหนดขั้นตอนช่วยเหลือหากเกิดเหตุ เช่น กรณีผู้ปฏิบัติงานตกและถูกแขวนอยู่กับชุดกันตก ต้องมีแผนช่วยเหลือที่รวดเร็วและมีผู้รับผิดชอบชัดเจน
อุปกรณ์สำหรับการทำงานบนที่สูง เช่น หมวกนิรภัยและชุดสวมใส่ป้องกันตก

อุปกรณ์สำหรับการทำงานบนที่สูงที่จำเป็นต่อความปลอดภัย

อุปกรณ์สำหรับการทำงานบนที่สูงควรเลือกตามลักษณะงาน ระดับความเสี่ยง และสภาพแวดล้อมจริง ไม่ควรเลือกเพียงเพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันทั่วไป เพราะงานแต่ละประเภทอาจต้องการอุปกรณ์ป้องกันที่แตกต่างกัน

 

1. ชุดสวมใส่ป้องกันตก

ชุดสวมใส่ป้องกันตก หรือ Full Body Harness เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับงานที่มีความเสี่ยงต่อการตกจากที่สูง ใช้สำหรับพยุงร่างกายและกระจายแรงเมื่อเกิดการตก ควรเลือกขนาดให้พอดีกับผู้สวมใส่ และต้องใช้งานร่วมกับเชือกนิรภัย ตะขอเกี่ยว และจุดยึดที่ได้มาตรฐาน

 

2. เชือกนิรภัยและตะขอเกี่ยว

เชือกนิรภัยและตะขอเกี่ยวทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้ปฏิบัติงานกับจุดยึด เพื่อจำกัดระยะการตกและช่วยลดความเสี่ยงจากการพลัดตก อุปกรณ์กลุ่มนี้ต้องตรวจสอบรอยขาด สนิม การล็อก และสภาพวัสดุก่อนใช้งานทุกครั้ง

 

3. หมวกนิรภัย

หมวกนิรภัยช่วยลดความรุนแรงจากวัตถุตกหล่น การกระแทกกับโครงสร้าง หรือการชนในพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะงานบนที่สูงที่มีทั้งความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่อยู่ด้านล่าง

 

4. แว่นตานิรภัย

แว่นตานิรภัยช่วยป้องกันเศษวัสดุ ฝุ่น สะเก็ด หรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจกระเด็นเข้าตาในระหว่างทำงาน เช่น งานเจาะ งานตัด งานเจียร หรืองานซ่อมบำรุงบนที่สูง

 

5. รองเท้าเซฟตี้

รองเท้าเซฟตี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นล้ม การเหยียบของมีคม และแรงกระแทกจากวัสดุหนัก เหมาะกับงานที่ต้องเดินบนพื้นผิวไม่เรียบ พื้นเปียก หรือพื้นที่ที่มีฝุ่น เศษวัสดุ และอุปกรณ์จำนวนมาก

 

6. อุปกรณ์กั้นพื้นที่และป้ายเตือน

นอกจากอุปกรณ์ที่ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่แล้ว ควรมีอุปกรณ์กั้นพื้นที่ ป้ายเตือน หรือสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง และลดความเสี่ยงจากวัตถุตกหล่นใส่ผู้ที่อยู่ด้านล่าง

 

ข้อควรปฏิบัติระหว่างและหลังการทำงานบนที่สูง

การทำงานบนที่สูงต้องควบคุมความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ตรวจสอบเฉพาะก่อนเริ่มงานเท่านั้น เพราะสภาพพื้นที่ อุปกรณ์ และพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงานอาจเปลี่ยนแปลงระหว่างทำงานได้ตลอดเวลา

 

ระหว่างการทำงาน

  • ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่เร่งรีบ ไม่ใช้ทางลัด และไม่ดัดแปลงอุปกรณ์
  • ตรวจสอบจุดยึดทุกครั้งก่อนเคลื่อนย้ายตำแหน่ง เพื่อให้มั่นใจว่ายังมีระบบป้องกันการตกตลอดเวลา
  • ไม่ถอด PPE ระหว่างทำงาน โดยเฉพาะชุดสวมใส่ป้องกันตก หมวกนิรภัย และรองเท้าเซฟตี้
  • หยุดงานทันทีเมื่อพบความผิดปกติ เช่น ลมแรง ฝนตก พื้นลื่น อุปกรณ์ชำรุด หรือโครงสร้างไม่มั่นคง

 

หลังการทำงาน

  • ทำความสะอาดและจัดเก็บอุปกรณ์ให้ถูกวิธี โดยหลีกเลี่ยงความชื้น แสงแดดจัด และสารเคมี
  • ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์หลังใช้งาน เช่น รอยขาด รอยแตก สนิม หรือการเสียรูปของชิ้นส่วน
  • บันทึกการใช้งานและการตรวจสอบ โดยเฉพาะชุดกันตก เชือกนิรภัย และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรับแรง
  • ทบทวนเหตุการณ์หรือ Near Miss หากมีเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ ควรนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในครั้งต่อไป

 

เลือกอุปกรณ์สำหรับการทำงานบนที่สูงอย่างมั่นใจ เลือกอุปกรณ์ PPE จาก Esco Premium

การทำงานบนที่สูงไม่ควรอาศัยเพียงประสบการณ์หรือความชำนาญเท่านั้น แต่อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐานคือสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุและเพิ่มความมั่นใจในการทำงาน องค์กรจึงควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของหน้างานจริง ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง งานติดตั้ง งานซ่อมบำรุง หรืองานอุตสาหกรรมที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่สูง

Esco Premium คัดสรรอุปกรณ์ PPE และอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับงานบนที่สูงที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ครอบคลุมทั้ง หมวกนิรภัยสำหรับป้องกันศีรษะจากแรงกระแทกและวัตถุตกหล่น แว่นตานิรภัยสำหรับป้องกันฝุ่น เศษวัสดุ และสะเก็ดจากการทำงาน รองเท้าเซฟตี้สำหรับช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นล้มและการกระแทก รวมถึงชุดสวมใส่ป้องกันตกสำหรับงานที่ต้องปฏิบัติงานบนที่สูงโดยเฉพาะ

 

ติดต่อเราได้ที่

 

แหล่งอ้างอิง 

  1. กฎกระทรวงและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการทำงานในที่สูงและการใช้อุปกรณ์ป้องกันการตก. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จาก https://osh.labour.go.th/?bp_download_id=4450&file_index=0 
  2. Fall Protection. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จาก https://www.osha.gov/fall-protection 
  3. Working at height: A brief guide. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จาก https://www.hse.gov.uk/pubns/indg401.htm 
  4. Assessing all work at height. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จาก https://www.hse.gov.uk/construction/safetytopics/assess.htm

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำงานบนที่สูง (FAQs)

 

Q: การทำงานบนที่สูงเริ่มต้นที่ความสูงกี่เมตรจึงถือว่าอันตราย ?

A: ในเชิงความปลอดภัย งานใดก็ตามที่มีโอกาสพลัดตกและทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ควรถูกมองว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยง แม้จะไม่ได้สูงมากก็ตาม สำหรับกฎหมายและข้อกำหนดในหลายกรณีจะมีการกำหนดระดับความสูงที่ต้องจัดมาตรการป้องกันเพิ่มเติม เช่น งานในที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไปควรมีราวกันตก ตาข่ายนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นที่เหมาะสม รวมถึงต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันการตกตามสภาพงาน

 

Q: หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการทำงานบนที่สูง นายจ้างมีความผิดหรือไม่ ?

A: นายจ้างมีหน้าที่จัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัย จัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะสม อบรมพนักงาน และควบคุมให้มีการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย หากละเลยจนเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด อาจมีความเสี่ยงด้านกฎหมาย ค่าชดเชย การหยุดงาน และผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร

 

Q: งานประเภทใดบ้างที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันการตก ?

A: งานที่มีโอกาสพลัดตกจากระดับสูง เช่น งานบนหลังคา งานนั่งร้าน งานติดตั้งโครงสร้างเหล็ก งานซ่อมบำรุงบนที่สูง งานติดตั้งป้าย งานบนรถกระเช้า งานเสาไฟฟ้า และงานตรวจสอบอาคาร ล้วนควรพิจารณาใช้อุปกรณ์ป้องกันการตก เช่น ชุดสวมใส่ป้องกันตก เชือกนิรภัย ตะขอเกี่ยวนิรภัย และจุดยึดที่ได้มาตรฐาน

 

Q: ควรตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับการทำงานบนที่สูงบ่อยแค่ไหน ?

A: ควรตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง โดยเฉพาะชุดกันตก เชือกนิรภัย ตะขอเกี่ยว จุดยึด หมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย และรองเท้าเซฟตี้ หากพบรอยขาด รอยแตก สนิม การล็อกไม่สมบูรณ์ หรืออุปกรณ์เคยผ่านแรงกระชากรุนแรง ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนใหม่ทันที นอกจากนี้องค์กรควรกำหนดรอบตรวจสอบโดยผู้รับผิดชอบเป็นประจำ

 

Q: อุปกรณ์ PPE สามารถป้องกันอุบัติเหตุจากการตกได้ทั้งหมดหรือไม่ ?

A: อุปกรณ์ PPE ไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้ทั้งหมด หากไม่มีการวางแผนงาน ประเมินความเสี่ยง และควบคุมพื้นที่อย่างเหมาะสม อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ จึงควรใช้ร่วมกับราวกันตก ตาข่ายนิรภัย จุดยึดที่แข็งแรง การอบรมพนักงาน และการควบคุมงานโดยผู้มีความรู้ด้านความปลอดภัย

Share this article

  • Line
  • Facebook
  • Email
  • Copy Link
Contact Us