KNOWLEDGE

ความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักรที่ทุกโรงงานต้องรู้

ม.ค. 8, 2026

ผู้ปฏิบัติงานกำลังทบทวนความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักร

การทำงานกับเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรขนาดเล็กในสายการผลิต ไปจนถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ปั๊ม ไฮดรอลิก เครื่อง CNC เครื่องกลึง หรือระบบสายพาน หากขาดมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เช่น การหนีบ บาด เจาะ กระแทก หรือแม้แต่เสียชีวิต

 

บทความนี้จะอธิบายหลักความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักรอย่างถูกวิธี พร้อมวิธีตรวจสอบเครื่องจักรก่อนใช้งาน รวมถึงแนะนำอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่ควรใช้ควบคู่กันไป เพื่อช่วยป้องกันอันตรายในที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ความเสี่ยงและอันตรายที่พบบ่อยจากการใช้เครื่องจักร

 

การทำงานกับเครื่องจักรมีความเสี่ยงจากทั้งส่วนที่เคลื่อนที่และปัจจัยแวดล้อมรอบข้าง ซึ่งอันตรายที่พบได้บ่อยมีดังนี้

 

  • การถูกหนีบหรือบด จากชิ้นส่วนที่หมุนหรือเคลื่อนเข้าหากัน
  • การถูกบาดหรือเฉือน จากใบมีด หัวกัด หรือชิ้นงานที่มีคม
  • การถูกดึงเข้าไปยังชิ้นส่วนเคลื่อนที่ เช่น สายเสื้อ ผม หรือถุงมือ ที่เขาไปติดในเครื่องจักรที่กำลังทำงาน
  • การถูกกระแทก จากชิ้นส่วนหรือวัตถุที่กระเด็นออกมาจากเครื่องจักร
  • อันตรายจากเสียงดังและแรงสั่นสะเทือน ซึ่งอาจส่งผลต่อการได้ยินและระบบกล้ามเนื้อ
  • อันตรายจากไฟฟ้าและความร้อน จากการเดินสายไฟที่ไม่ถูกต้อง หรือการอยู่ใกล้กับเครื่องจักรที่กำลังทำงานมากเกินไป

 

การรู้เท่าทันความเสี่ยงเหล่านี้ คือพื้นฐานสำคัญของความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักร

 

ทำไมความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักรจึงสำคัญ ?

 

การปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยให้ถูกต้อง จะช่วยลดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ดังนี้

 

  • ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการถูกบด บาด ฟัน หรือดึงร่างเข้าไปในเครื่อง
  • ลดความเสียหายของเครื่องจักรและต้นทุนที่เกิดจากการหยุดสายการผลิต
  • ป้องกันความผิดพลาดจากความประมาท เหนื่อยล้า หรือการละเลยการตรวจสอบ
  • ช่วยให้สถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่น OSHA และ ISO 45001

 

หลักปฏิบัติในการทำงานกับเครื่องจักรอย่างปลอดภัย

 

เมื่อต้องใช้งานเครื่องจักรในโรงงาน ควรยึดหลักดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

 

  • ทำความเข้าใจคู่มือ ข้อกำหนด และการใช้งานอย่างถูกต้อง
  • ห้ามสวมเครื่องประดับหรือเสื้อผ้าที่หลวม เพราะอาจถูกเครื่องจักรที่กำลังหมุนอยู่ดึงเข้าไป
  • ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องจักรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ส่วนที่เคลื่อนที่หรือหมุนความเร็วสูง
  • ตรวจสอบฝาครอบนิรภัยให้อยู่ในตำแหน่งพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • ใช้ปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Emergency Stop) อย่างถูกต้อง และควรทดสอบความพร้อมของปุ่มอย่างสม่ำเสมอ
  • ห้ามซ่อมบำรุงหรือแก้ไขขณะเครื่องกำลังทำงาน ควรรอให้เครื่องจักรหยุดนิ่งก่อนเสมอ

 

วิธีตรวจสอบเครื่องจักรก่อนใช้งาน

 

ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและสายเคเบิล

 

ก่อนเปิดเครื่อง ควรสังเกตความเรียบร้อยของระบบไฟฟ้า เช่น

 

  • สายไฟไม่ชำรุด ฉีกขาด หรือมีร่องรอยไหม้
  • ปลั๊กและขั้วต่ออยู่ในสภาพแน่น ไม่หลวม
  • ไม่มีน้ำหรือสารเคมีอยู่ใกล้แหล่งจ่ายไฟ
  • แผงควบคุมไฟฟ้าปิดสนิทและไม่มีการงัดแงะ

 

หากพบความผิดปกติควรหยุดใช้งานทันทีและให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ

 

ตรวจสอบเฟือง สายพาน และส่วนประกอบที่เคลื่อนไหว

 

ชิ้นส่วนเคลื่อนที่เป็นจุดเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการหนีบหรือบาดได้สูง จึงต้องตรวจความสมบูรณ์เสมอ เช่น

 

  • เฟือง สายพาน โซ่ หรือรอกไม่มีรอยแตก หัก หรือสึกมากผิดปกติ
  • สายพานตึงอยู่ในระดับพอดี ไม่หย่อนหรือแน่นจนเกินไป
  • ไม่มีเศษวัสดุหรือโลหะตกค้างในร่องเฟือง
  • ส่วนหมุนทุกจุดทำงานได้ลื่นไหล ไม่ฝืดหรือสะดุด

 

หากมีเสียงผิดปกติหรือการเคลื่อนตัวไม่สม่ำเสมอ แสดงว่าต้องซ่อมบำรุงก่อนใช้งาน

 

ตรวจสอบเสียงและแรงสั่นสะเทือนผิดปกติ

 

เสียงทำงานของเครื่องจักรสามารถบอกสภาพภายในได้ เช่น

 

  • เสียงดังผิดปกติ เสียงการเสียดสี หรือเสียงกระแทกซ้ำ ๆ มักบ่งบอกการสึกหรอ
  • แรงสั่นสะเทือนมากผิดปกติอาจเกิดจากเพลาตั้งศูนย์ไม่ตรง หรือชิ้นส่วนหลวม

 

การตรวจจับความผิดปกติตั้งแต่ต้น ช่วยป้องกันความเสียหายร้ายแรงของมอเตอร์และชุดขับเคลื่อนได้

 

ตรวจสอบระบบหล่อลื่นและน้ำมันเครื่อง

 

การหล่อลื่นที่ไม่เพียงพอสามารถทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอเร็วและเกิดความร้อนสูง ควรตรวจสอบดังนี้

 

  • ระดับน้ำมันเครื่องอยู่ในช่วงที่กำหนด
  • ไม่มีรอยรั่วซึมบริเวณซีลหรือข้อต่อ
  • สีและความข้นของน้ำมันยังปกติ ไม่ขุ่นหรือมีเศษโลหะเจือปน
  • ระบบจ่ายน้ำมันหล่อลื่นทำงานตามปกติ (หากเป็นระบบอัตโนมัติ)

 

หากพบว่าระดับน้ำมันต่ำกว่ากำหนด ควรเติมน้ำมันทันที โดยเลือกใช้ชนิดที่ผู้ผลิตแนะนำเท่านั้น

 

ตรวจสอบ Safety Guard และเซนเซอร์

 

Safety Guard เป็นมาตรการป้องกันหลักในการทำงานกับเครื่องจักร เป้าหมายคือป้องกันไม่ให้ร่างกายเข้าไปสัมผัสส่วนที่เคลื่อนที่ จึงต้องตรวจอย่างละเอียด เช่น

 

  • ฝาครอบนิรภัยติดตั้งครบ ไม่หลุด ไม่แตก และล็อกแน่น
  • Light Curtain หรือเซนเซอร์ความปลอดภัยตอบสนองตามปกติ
  • ไม่มีการดัดแปลงเพื่อปิดการทำงานของตัวเซนเซอร์

 

หาก Safety Guard ขาดหรือเปิดอยู่ ห้ามเปิดเครื่องเด็ดขาดจนกว่าจะซ่อมเสร็จ

 

ตรวจสอบปุ่มหยุดฉุกเฉิน (E-Stop)

 

ปุ่มหยุดฉุกเฉินเป็นสิ่งที่ช่วยลดความรุนแรงของเหตุการณ์ได้ จึงต้องตรวจทุกครั้งที่เริ่มกะงาน

 

  • ลองกดทดสอบว่าเครื่องหยุดทันทีเมื่อกดหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าปุ่มไม่ติดขัด กดง่าย และดีดกลับได้ตามปกติ
  • ตำแหน่งปุ่มมองเห็นได้ชัดเจน ไม่ถูกบดบัง

 

หากปุ่ม E-Stop ไม่ทำงาน ห้ามเริ่มปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด

 

PPE ที่จำเป็นสำหรับการทำงานกับเครื่องจักร

 

การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เป็นหลักพื้นฐานของความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักร เพราะช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้อย่างมาก แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถลดการบาดเจ็บจากรุนแรงให้กลายเป็นบาดเจ็บเล็กน้อย หรือช่วยให้หลีกเลี่ยงเหตุร้ายแรงได้ PPE ที่ควรใช้มีดังนี้

 

หมวกนิรภัย

 

หมวกนิรภัยจำเป็นอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีเครื่องจักรหรือชิ้นส่วนเคลื่อนที่อยู่เหนือศีรษะ เช่น เครน รอก ระบบลำเลียง รวมถึงการทำงานใกล้วัตถุที่อาจหลุดร่วงลงมา

 

  • ช่วยป้องกันการกระแทกจากวัตถุตกใส่
  • ช่วยลดความรุนแรงของการชนหรือกระแทกกับโครงสร้างหรือชิ้นส่วนของเครื่องจักร

 

โดยควรเลือกหมวกที่มีมาตรฐาน เช่น ANSI หรือ EN และต้องปรับสายรัดให้กระชับทุกครั้งก่อนเข้าพื้นที่

 

แว่นตานิรภัย

 

แว่นตานิรภัยช่วยป้องกันดวงตาจากเศษวัสดุที่อาจกระเด็นระหว่างทำงาน เช่น สะเก็ดโลหะ เศษไม้ เศษพลาสติก หรือแม้แต่ละอองน้ำมันที่มาจากหัวตัดเครื่องจักร

 

  • ช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บต่อดวงตา ซึ่งอาจร้ายแรงจนสูญเสียการมองเห็น
  • ควรเลือกแบบที่ปิดกระชับ ไม่เกิดฝ้า และทนแรงกระแทกได้ตามมาตรฐาน โดยแว่นแบบครอบตาเต็มรูปแบบ (Goggle) เหมาะกับงานที่มีการกระเด็นมากเป็นพิเศษ

 

ถุงมือกันบาด

 

เหมาะสำหรับงานที่ต้องจับชิ้นงานมีคม เช่น แผ่นโลหะ ใบมีด ชิ้นส่วนเหล็ก หรือชิ้นงานตัดเฉือน

 

  • ช่วยลดการบาดลึกจากของมีคม
  • ควรเลือกระดับความทนคม (Cut Level) ที่เหมาะสมกับประเภทงาน

 

อย่างไรก็ตาม ต้องระวังในการใช้กับเครื่องจักรที่หมุนอย่างรวดเร็ว เพราะถุงมืออาจถูกดึงเข้าไปติดในชิ้นส่วนได้ 

 

ถุงมือ PU

 

ถุงมือ PU เป็นถุงมือที่สวมใส่สบาย ไม่ลื่น และช่วยให้หยิบจับงานชิ้นเล็กได้ถนัดมือ เหมาะสำหรับงานประเภท

 

  • งานประกอบชิ้นส่วน
  • งานอิเล็กทรอนิกส์
  • งานตรวจสอบสินค้า
  • งานที่ต้องการความแม่นยำของนิ้วมือ

 

ถุงมือ PU ช่วยให้จับชิ้นงานได้มั่นใจขึ้น และลดความเสี่ยงจากการลื่นหลุด แม้ไม่ได้เน้นการกันบาดเท่าถุงมือกันคม

 

รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก

 

รองเท้าเซฟตี้เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในทุกพื้นที่โรงงาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีเครื่องจักร เครื่องมือหนัก หรือชิ้นส่วนขนาดใหญ่

 

  • หัวรองเท้าเสริมเหล็กช่วยป้องกันแรงกระแทกแรงสูง
  • พื้นรองเท้ากันลื่นช่วยลดอุบัติเหตุจากการลื่นไถล
  • บางรุ่นมีพื้นกันทะลุ ป้องกันของมีคมตำฝ่าเท้า

 

ควรตรวจสอบสภาพรองเท้าเสมอ หากสึกมากหรือหัวเหล็กเปิด ควรเปลี่ยนทันที

 

อุปกรณ์ป้องกันเสียง

 

เสียงดังจากเครื่องจักร เช่น มอเตอร์ขนาดใหญ่ ปั๊มลม คอมเพรสเซอร์ หรือเครื่องตัดโลหะ สามารถทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินถาวรหากได้รับต่อเนื่องระยะยาว

 

อุปกรณ์ป้องกันเสียงมีทั้ง

 

  • ที่อุดหู (Earplug)
  • ที่ครอบหู (Earmuff)

 

ควรเลือกให้เหมาะกับระดับเสียงในพื้นที่ โดยดูจากค่า NRR และปฏิบัติตามหลักการ “ได้ยินชัด แต่ไม่ดังรบกวนจนเกินไป”

 

ผู้ปฏิบัติงานกำลังทำความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักร

 

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้เครื่องจักร

 

  • ปิดการทำงานของ Safety Guard : เช่น ปิดเซนเซอร์ความปลอดภัย หรือ เปิดฝาครอบทิ้งไว้ เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการสัมผัสชิ้นส่วนที่หมุนหรือเคลื่อนที่โดยตรง
  • ทำงานขณะเหนื่อยหรือเร่งรีบ : เป็นสาเหตุให้สมาธิและความแม่นยำในการทำงานลดลง นำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดหรือมองข้ามความเสี่ยงที่ควรระวัง
  • ใช้อุปกรณ์ผิดประเภท : ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และเพิ่มโอกาสที่เครื่องมือจะชำรุด หรือเกิดอุบัติเหตุจากการใช้งานผิดวิธี
  • ไม่ตรวจสอบเครื่องจักรก่อนใช้งาน : ทำให้ไม่พบความผิดปกติ เช่น สายพานหลุด สกรูหลวม หรือระบบหล่อลื่นชำรุด ซึ่งอาจกลายเป็นความเสียหายรุนแรง
  • ไม่ใส่ PPE ตามข้อกำหนด : เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บโดยตรง เช่น เศษโลหะกระเด็นเข้าตา วัตถุตกใส่ หรือเสียงดังจากเครื่องจักรทำลายการได้ยิน

 

การฝึกอบรมและสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย

 

  • การสอนวิธีใช้เครื่องจักรอย่างถูกต้อง : ช่วยให้พนักงานเข้าใจขีดจำกัดของเครื่องจักร ตลอดจนขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัย และวิธีตอบสนองเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ
  • การทบทวนความปลอดภัยสม่ำเสมอ : ทำให้ทีมงานตระหนักถึงความเสี่ยงใหม่ ๆ และย้ำเตือนพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัย
  • การรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ : ช่วยให้องค์กรตรวจพบจุดเสี่ยงก่อนเกิดเหตุจริง และนำข้อมูลไปปรับปรุงมาตรการป้องกันได้ตรงจุด
  • การตรวจประเมินความเสี่ยงประจำปี : ช่วยประเมินสภาพเครื่องจักร สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมการทำงาน เพื่ออัปเดตมาตรฐานความปลอดภัยให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง

 

การสร้างความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักร ต้องอาศัยทั้งความรู้ การปฏิบัติที่ถูกต้อง การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และการเลือกใช้อุปกรณ์ PPE ที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยง และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

 

เลือกอุปกรณ์ PPE คุณภาพสูงสำหรับงานเครื่องจักรจาก Esco Premium

 

การทำงานกับเครื่องจักร จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ PPE ที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการหนีบ บาด กระเด็น หรืออุบัติเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์นิรภัยที่เชื่อถือได้ ทนทาน และมีคุณภาพสูง Esco Premium พร้อมเป็นผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาคสนาม

 

เราได้รวบรวมอุปกรณ์เซฟตี้ที่สำคัญสำหรับงานเครื่องจักรไว้ครบครัน เช่น

 

  • หมวกนิรภัย ป้องกันการกระแทก วัตถุตกใส่ และแรงอัดต่าง ๆ จากการทำงานใกล้เครื่องจักร
  • แว่นตานิรภัย ช่วยป้องกันเศษโลหะ เศษวัสดุ และสะเก็ดไฟที่อาจกระเด็นเข้าตาในพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • รองเท้าเซฟตี้ ป้องกันการกระแทกจากวัตถุหนัก พื้นลื่น น้ำมัน และแรงกดจากอุปกรณ์ในไลน์ผลิต
  • ถุงมือกันบาด เหมาะสำหรับงานประกอบชิ้นส่วน งานเหล็ก งานตัดโลหะ ลดความเสี่ยงจากของมีคม
  • ถุงมือ PU สำหรับงานประกอบอิเล็กทรอนิกส์ งานหยิบจับชิ้นส่วนขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มความแม่นยำและการยึดเกาะ

 

หากองค์กรของคุณต้องการอุปกรณ์เซฟตี้ที่ได้มาตรฐาน คงทน และเหมาะกับงานเครื่องจักรโดยเฉพาะ ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Esco Premium พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะกับลักษณะงานของคุณ 

ติดต่อเราได้ที่

 

 

แหล่งอ้างอิง

 

  1. Introduction to machinery safety. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 จาก https://www.hse.gov.uk/work-equipment-machinery/introduction.htm 
  2. Risk Management 101: A Guide to Making Industrial Machinery Safety Your Top Priority. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 จาก https://www.ptchronos.com/blog/how-to-ensure-safe-machine-operation 

Share this article

  • Line
  • Facebook
  • Email
  • Copy Link
Contact Us