การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วน งานเชื่อมโลหะ การใช้เครื่องจักรหนัก หรือแม้แต่การทำงานที่มีฝุ่นและเศษวัสดุจำนวนมาก ล้วนเพิ่มโอกาสเกิดอันตรายต่อดวงตาได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเศษโลหะ เศษไม้ สารเคมี หรือแรงกระแทกจากชิ้นงาน แว่นตานิรภัยจึงเป็นอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า แว่นตานิรภัยมีอายุการใช้งานเท่าไหร่ ? และเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนใหม่เสียที
การรู้วิธีเช็กสภาพเพื่อเปลี่ยนแว่นตานิรภัย จะช่วยให้การทำงานมีความปลอดภัยและคุ้มค่าต่อการปฏิบัติงานสูงสุด
แว่นตานิรภัย อายุการใช้งานโดยทั่วไป
การเข้าใจอายุการใช้งานของแว่นตานิรภัยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแม้สภาพภายนอกจะยังดูดี แต่ในความเป็นจริงวัสดุอาจเสื่อมลงตามการใช้งาน ทำให้ประสิทธิภาพการป้องกันลดลง
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งาน
- วัสดุของเลนส์และกรอบแว่น : แม้ว่าเลนส์โพลีคาร์บอเนตและกรอบพลาสติกคุณภาพสูงจะสามารถทนต่อแรงกระแทกและลดรอยขีดข่วนได้ดีกว่าวัสดุทั่วไป แต่ก็ควรหมั่นสังเกตว่าเกิดความชำรุดหรือไม่
- ความถี่ในการใช้งาน : หากใช้งานบ่อยหรือใช้งานหนัก แว่นย่อมเสื่อมเร็วกว่าแว่นที่ใช้เพียงครั้งคราว
- สภาพแวดล้อม : บริเวณที่มีสารเคมี ความร้อนสูง ฝุ่นละเอียด หรือแสง UV เข้มข้น จะทำให้เลนส์และสารเคลือบเสื่อมเร็วกว่าปกติ
- การดูแลรักษา : การเช็ดด้วยผ้านุ่ม เก็บในกล่อง และหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัดเป็นปัจจัยที่ช่วยให้แว่นใช้งานได้นานขึ้น
ระยะเวลาที่แนะนำให้ใช้งานก่อนเปลี่ยน
- แว่นตานิรภัยทั่วไป : ควรเปลี่ยนใหม่ทุก 1-2 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าประสิทธิภาพการป้องกันยังคงอยู่เต็มที่
- แว่นที่ใช้งานหนักหรือทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง : ควรตรวจเช็กและพิจารณาเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน
- เลนส์มีรอยหรือความมัว : หากรอยลึกหรือความมัวบดบังการมองเห็น ควรเปลี่ยนทันที
- อายุการใช้งานสูงสุดตามที่ผู้ผลิตได้แจ้งไว้ : แว่นตานิรภัยบางรุ่นระบุว่าใช้งานได้ไม่เกิน 3 ปี ซึ่งควรยึดตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
สัญญาณเตือน : 5 สิ่งที่บอกว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแว่นใหม่
การรู้สัญญาณว่าแว่นตานิรภัยเมื่อไหร่ควรเปลี่ยน ? จะช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
1. เลนส์มีรอยขีดข่วนหรือมัวมาก (Scratched or Cloudy Lens)
เลนส์ที่มีรอยลึกหรือความมัวทำให้การมองเห็นลดลงอย่างชัดเจน และยังเสี่ยงต่อความเสียหายเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับแรงกระแทก ควรเปลี่ยนทันทีเพื่อไม่ให้ประสิทธิภาพลดลง
2. กรอบแว่นแตก บิดงอ หรือเสียรูป (Cracked or Deformed Frame)
กรอบที่เสียรูปทำให้แว่นไม่แนบสนิทหรือหลุดง่าย และอาจไม่สามารถรับแรงกระแทกได้ดีเหมือนเดิม ซึ่งอาจทำให้ดวงตาได้รับอันตรายได้
3. สายรัดหรือบานพับหลวม/ชำรุด (Loose Straps or Hinges)
หากแว่นไม่กระชับกับใบหน้า ความเสี่ยงที่แว่นจะหลุดระหว่างการทำงานก็จะสูงขึ้น และยังจะไปลดประสิทธิภาพในการกันเศษวัสดุหรือสารเคมี
4. การมองเห็นผิดเพี้ยนหรือปวดตา (Distorted Vision or Eye Strain)
หากรู้สึกปวดตา หรือเห็นภาพเบลอ อาจเกิดจากเลนส์เสื่อม สารเคลือบหลุด หรือได้รับความเสียหายจากสารเคมี ซึ่งเป็นสัญญาณว่าควรเปลี่ยนแว่นทันที
5. อายุการใช้งานเกินระยะที่แนะนำ (Exceeded Recommended Lifespan)
ถึงแม้แว่นจะยังสภาพดี แต่สารเคลือบป้องกัน (UV, Anti-fog) อาจหมดอายุ แนะนำให้เปลี่ยนตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดเพื่อความปลอดภัยขณะปฏิบัติงาน