KNOWLEDGE

วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ PPE: เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย

ธ.ค. 30, 2025

ควรตรวจสอบอุปกรณ์ PPE เสมอเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุ ลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบาดเจ็บหรืออุปกรณ์ชำรุด

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE เป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานในโรงงาน ก่อสร้าง การไปปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง หรือแม้แต่สำนักงานบางประเภท โดยอุปกรณ์ PPE ทุกชนิดมีอายุการใช้งานและความเสื่อมสภาพตามกาลเวลา แต่หากยังคงใช้อุปกรณ์ที่ชำรุดหรือหมดอายุต่อไป อาจลดประสิทธิภาพการป้องกันและเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุโดยไม่รู้ตัว

 

ดังนั้นบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ความปลอดภัย ตลอดจนวิธีการตรวจสอบอุปกรณ์ PPE แบบเป็นระบบ พร้อมสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพนักงาน

 

ทำไมต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ PPE เมื่อเสื่อมสภาพ ?

 

แม้ความเสียหายบางอย่างจะมองไม่เห็นทันที แต่ผลกระทบของ PPE ที่เสื่อมสภาพอาจรุนแรงกว่าที่คิด ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ PPE และเปลี่ยนอุปกรณ์เมื่อพบสัญญาณเสื่อม ได้แก่

 

  • ประสิทธิภาพการป้องกันลดลงทันที แม้เสื่อมสภาพเพียงเล็กน้อย
  • อุปกรณ์ที่กรอบ แตก หรือเสียรูป อาจทำการป้องกันล้มเหลวในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น สารเคมีกระเด็นเข้าตา หรือศีรษะได้รับแรงกระแทก
  • ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เช่น ANSI, EN, TIS
  • อุปกรณ์บางชนิดเสื่อมเองตามเวลา เช่น พลาสติก, ยาง, สายรัด แม้เก็บไว้เฉย ๆ
  • การเปลี่ยนใหม่มักมีต้นทุนต่ำกว่า เมื่อเทียบกับความเสียหายหากเกิดอุบัติเหตุจาก PPE ชำรุด

 

อายุการใช้งานอุปกรณ์ PPE แต่ละชนิด

 

อายุใช้งานของอุปกรณ์ PPE อาจแตกต่างไปตามแบรนด์ ความถี่ในการใช้งาน และสภาพการใช้งาน แต่โดยทั่วไป ช่วงเวลาตามมาตรฐานที่ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ได้แก่

 

  • หมวกนิรภัย : มีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี โดยหมวกนิรภัยจะเสื่อมเร็วขึ้นเมื่อโดนแสงแดด ความร้อน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีรังสี UV สูง ทำให้พลาสติกกรอบ แตก หรือรับแรงกระแทกได้ลดลง
  • แว่นตานิรภัย : มักมีอายุการใช้งาน 6-12 เดือน เนื่องจากเลนส์อาจเป็นรอยและเกิดความขุ่นได้ง่าย ซึ่งส่งผลต่อทัศนวิสัยและลดความสามารถในการป้องกันสะเก็ดหรือสารเคมี
  • รองเท้าเซฟตี้ : มีอายุเฉลี่ยประมาณ 1-2 ปี โดยพื้นรองเท้าจะสึกเร็วจนสูญเสียคุณสมบัติกันลื่น และหัวเหล็กอาจเริ่มเสื่อมหรือเกิดสนิมเมื่อใช้งานในพื้นที่เปียกหรือกัดกร่อน
  • ถุงมือกันบาด : อายุการใช้งานอยู่ที่ 3-12 เดือน ขึ้นอยู่กับระดับการป้องกัน (Cut Level) และความถี่ในการใช้งาน เส้นใยจะเริ่มสึก ขาด หรือบางลงเมื่อใช้งานกับของมีคมเป็นเวลานาน
  • ถุงมือ PU : มักมีอายุการใช้งานสั้นกว่าถุงมือประเภทอื่นประมาณ 1-3 เดือน เนื่องจากผิวเคลือบ PU เสื่อมง่ายเมื่อใช้ในงานละเอียดที่ต้องสัมผัสชิ้นงานตลอดเวลา ทำให้แรงยึดเกาะลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ชุดกันตก (Full Body Harness) : มีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี โดยสายรัดและตะขอเกี่ยวจะเสื่อมสภาพตามแรงดึง อุณหภูมิ และความชื้น หากเกิดการกระชาก (Shock Load) เพียงครั้งเดียว ต้องเปลี่ยนใหม่ทันที
  • ป้ายเตือนความปลอดภัย : โดยทั่วไปมีอายุประมาณ 1-2 ปี เนื่องจากสีจะซีดลงตามเวลา ไม่สะท้อนแสง หรือบิดงอ ทำให้ประสิทธิภาพในการเตือนภัยลดลง
การตรวจสอบอุปกรณ์ PPE อย่างสม่ำเสมอและเปลี่ยนเมื่ออุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือเสียหายเป็นสิ่งสำคัญ

วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ PPE อย่างถูกต้อง

 

จะเห็นได้ว่า อุปกรณ์ PPE เมื่อใช้ไปนาน ๆ จะเริ่มสึกหรอเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นการตรวจสอบอุปกรณ์ PPE แต่ละชนิดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เรารู้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนใหม่หรือยัง เพื่อให้การทำงานมีความปลอดภัยสูงสุด โดยในการตรวจสอบอุปกรณ์แต่ละชนิด มีวิธีการดังนี้ 

 

1. หมวกนิรภัย (Safety Helmet)

 

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

 

เริ่มจากตรวจดูสภาพเปลือกหมวกว่ามีรอยร้าว บุบ หรือสีซีดจากแสงแดดหรือไม่ เพราะสัญญาณเหล่านี้บ่งบอกว่าพลาสติกเริ่มเสื่อมสภาพและอาจไม่สามารถรับแรงกระแทกได้เต็มประสิทธิภาพ ต่อมาคือระบบสายรัดและตัวยึดที่ต้องอยู่ในสภาพแข็งแรง ไม่หลวม ขาด หรือเป็นสนิม รวมถึงตัวรองในหมวก (Suspension) ซึ่งต้องยังคงมีความยืดหยุ่น ไม่แข็งกรอบหรือฉีกขาด

 

สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่

 

หากหมวกเคยผ่านการกระแทกรุนแรงแม้เพียงครั้งเดียว จะต้องเปลี่ยนทันทีแม้ว่าภายนอกจะยังดูปกติ นอกจากนี้ หากใช้งานมาแล้วเกิน 3-5 ปี หรือเริ่มมีรอยแตกจากความร้อนและรังสี UV ก็ถือว่าไม่ปลอดภัยและควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเช่นกัน 

 

2. แว่นตานิรภัย (Safety Glasses)

 

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

 

ให้สังเกตเลนส์ว่ามีรอยขีด รอยลึก หรือความขุ่นที่ทำให้ทัศนวิสัยลดลงหรือไม่ เพราะเลนส์ที่เสียสภาพจะเพิ่มความเสี่ยงในการทำงานทันที นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบบริเวณขาแว่นว่ามีการบิดงอ แตก หรือใส่แล้วไม่กระชับหรือไม่ รวมถึงคุณภาพการเคลือบเลนส์ เช่น การเคลือบกันฝ้าหรือกันรังสี ที่อาจเริ่มเสื่อมเมื่อใช้งานต่อเนื่อง

 

สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่

 

หากเลนส์ขุ่นจนมองเห็นยาก มีรอยลึก เช็ดไม่ออก หรือขาแว่นหลวมจนสวมแล้วไม่กระชับ ถือว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนทันที เพราะแว่นที่ทัศนวิสัยไม่ชัดเจนคือความเสี่ยงโดยตรงของอุบัติเหตุในพื้นที่ทำงาน

 

3. รองเท้าเซฟตี้ (Safety Shoes)

 

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

 

เริ่มจากตรวจหัวเหล็กว่ามีรอยบุบ สนิม หรือผิดรูปหรือไม่ เพราะอาจไม่สามารถป้องกันแรงกระแทกได้เท่าเดิม อีกทั้งพื้นรองเท้าจะต้องมีความฝืดเพียงพอ หากพื้นสึกจนลายดอกหายไป แสดงว่าประสิทธิภาพการกันลื่นลดลง ส่วนบนของรองเท้าควรตรวจหารอยขาด รอยรั่ว หรือการแยกตัวของชิ้นส่วน ซึ่งอาจทำให้สารเคมีหรือของมีคมซึมผ่านได้

 

สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่

 

หากพื้นรองเท้าแตก เสียรูป หรือหัวเหล็กเริ่มเผยออกมา ถือว่าไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง นอกจากนี้รองเท้าที่ใช้งานหนักอย่างต่อเนื่องนานเกิน 1-2 ปีมักเสื่อมสภาพตามธรรมชาติและควรเปลี่ยนใหม่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

 

4. ถุงมือกันบาด (Cut-resistant Gloves)

 

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

 

ให้ตรวจดูลักษณะเส้นใยว่ามีการขาด ฉีก หรือเป็นรูหรือไม่ หากพบว่าพื้นผิวเคลือบยางเริ่มเรียบจนไม่มีความฝืด การยึดจับชิ้นงานจะลดลงทันที และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการลื่นหลุดมือขณะจับวัตถุมีคม ควรตรวจหารอยบาดลึกเพราะอาจทำให้ถุงมือเสียประสิทธิภาพโดยรวม

 

สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่

 

เมื่อพบรูขนาดใหญ่ เส้นใยหลุดลุ่ยจนเห็นโครงสร้างภายใน หรือใช้เกินรอบอายุที่ผู้ผลิตกำหนด ถุงมือกันบาดจะไม่สามารถป้องกันของมีคมได้อย่างมั่นใจ ควรเปลี่ยนทันที

 

5. ถุงมือ PU (PU Coated Gloves)

 

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

 

ให้ดูที่ผิวเคลือบ PU เป็นหลัก หากเคลือบลอก บางลง หรือผิวเรียบจนไม่เกิดแรงยึดเกาะ แสดงว่าไม่เหมาะสำหรับงานละเอียดที่ต้องการความแม่นยำ นอกจากนี้ ถุงมือที่สวมแล้วไม่กระชับหรือเริ่มขาดง่ายยังเป็นสัญญาณว่าถุงมือเริ่มเสื่อมสภาพ

 

สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่

 

เมื่อผิวเคลือบ PU เสื่อมจนจับชิ้นงานได้ไม่มั่นคง หรือถุงมือเริ่มบางและขาดง่าย รวมถึงใช้งานหนักต่อเนื่องเกิน 1-3 เดือน ถือว่าควรเปลี่ยนใหม่เพื่อรักษาความปลอดภัยและความแม่นยำในการทำงาน

 

6. ชุดกันตก (Fall Protection Equipment)

 

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

 

ให้ตรวจสายรัดว่ามีรอยขาด เส้นใยแตก หรือรอยไหม้หรือไม่ ตะขอเกี่ยวต้องไม่เป็นสนิม และสปริงต้องสามารถดีดกลับได้อย่างสมบูรณ์ อุปกรณ์ล็อกควรทำงานได้ทันทีโดยไม่ติดขัด เพราะอุปกรณ์กันตกต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลา

 

สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่

 

หากชุดกันตกเคยผ่านการกระชากแรงสูง (Shock Load) เพียงแค่ครั้งเดียว จะถือว่าไม่ปลอดภัยในการใช้งานต่อทันที นอกจากนี้สายรัดที่ฉีกเกิน 1 มิลลิเมตร หรือการใช้งานเกิน 3-5 ปี ก็ถือว่าสิ้นสุดอายุทางเทคนิคและต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

 

7. ป้ายเตือนความปลอดภัย (Safety Signage)

 

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ


ตรวจดูสี ความชัดเจนของข้อความ และความสามารถในการสะท้อนแสง หากป้ายสีซีด อ่านไม่ออก หรือไม่สะท้อนแสงในสภาพแสงน้อย แสดงว่าป้ายเริ่มเสื่อมสภาพ ควรตรวจสอบสภาพวัสดุว่ามีการบิดงอ แตก หรือยึดไม่แน่นหรือไม่ เพราะป้ายที่ไม่มั่นคงอาจหล่นหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

 

สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่

 

เมื่อข้อความไม่ชัดเจน สัญลักษณ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานปัจจุบัน หรือแผ่นป้ายไม่สะท้อนแสงแล้ว ถือว่าไม่ปลอดภัยและควรเปลี่ยนในทันทีเพื่อให้การเตือนมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

สรุป: ทำไมการตรวจสอบอุปกรณ์ PPE จึงต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ?

 

การตรวจสอบอุปกรณ์ PPE คือวิธีป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าพนักงานใช้อุปกรณ์ที่มีความสมบูรณ์และปลอดภัย ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอยังช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบาดเจ็บหรืออุปกรณ์ชำรุด และยังเป็นส่วนสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรอีกด้วย

 

เลือกอุปกรณ์ PPE คุณภาพสูงจาก Esco Premium

 

การใช้อุปกรณ์ PPE ที่ได้มาตรฐาน คือรากฐานของความปลอดภัยในทุกองค์กร แต่การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ป้องกันที่ทนทาน มีคุณภาพ และผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล Esco Premium พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ด้านความปลอดภัยที่คุณไว้ใจได้

 

เราคัดสรรสินค้าเซฟตี้หลากหลายประเภท ครอบคลุมทุกความต้องการ ทั้งงานโรงงาน งานก่อสร้าง งานคลังสินค้า และงานอุตสาหกรรมทุกรูปแบบ โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูง ประกอบด้วย

 

 

สอบถามเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคาได้ที่ Esco Premium เรามุ่งมั่นส่งมอบอุปกรณ์ PPE คุณภาพสูง พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะงานของคุณ เพื่อให้พนักงานทำงานได้ปลอดภัย มั่นใจ และมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกวัน

 

ติดต่อเราได้ที่

 

 

แหล่งอ้างอิง

 

  1. How Often Should You Inspect & Replace Your PPE to Keep Your Workers Safe?. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 จาก https://kpa.io/blog/how-often-should-you-inspect-replace-your-ppe/ 
  2. Personal Protective Equipment. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 จาก https://www.osha.gov/personal-protective-equipment
  3. Using personal protective equipment (PPE) to control risks at work. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 จาก https://www.hse.gov.uk/ppe/maintenance.htm

Share this article

  • Line
  • Facebook
  • Email
  • Copy Link
Contact Us