อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE เป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานในโรงงาน ก่อสร้าง การไปปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง หรือแม้แต่สำนักงานบางประเภท โดยอุปกรณ์ PPE ทุกชนิดมีอายุการใช้งานและความเสื่อมสภาพตามกาลเวลา แต่หากยังคงใช้อุปกรณ์ที่ชำรุดหรือหมดอายุต่อไป อาจลดประสิทธิภาพการป้องกันและเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้นบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ความปลอดภัย ตลอดจนวิธีการตรวจสอบอุปกรณ์ PPE แบบเป็นระบบ พร้อมสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพนักงาน
ทำไมต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ PPE เมื่อเสื่อมสภาพ ?
แม้ความเสียหายบางอย่างจะมองไม่เห็นทันที แต่ผลกระทบของ PPE ที่เสื่อมสภาพอาจรุนแรงกว่าที่คิด ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ PPE และเปลี่ยนอุปกรณ์เมื่อพบสัญญาณเสื่อม ได้แก่
- ประสิทธิภาพการป้องกันลดลงทันที แม้เสื่อมสภาพเพียงเล็กน้อย
- อุปกรณ์ที่กรอบ แตก หรือเสียรูป อาจทำการป้องกันล้มเหลวในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น สารเคมีกระเด็นเข้าตา หรือศีรษะได้รับแรงกระแทก
- ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เช่น ANSI, EN, TIS
- อุปกรณ์บางชนิดเสื่อมเองตามเวลา เช่น พลาสติก, ยาง, สายรัด แม้เก็บไว้เฉย ๆ
- การเปลี่ยนใหม่มักมีต้นทุนต่ำกว่า เมื่อเทียบกับความเสียหายหากเกิดอุบัติเหตุจาก PPE ชำรุด
อายุการใช้งานอุปกรณ์ PPE แต่ละชนิด
อายุใช้งานของอุปกรณ์ PPE อาจแตกต่างไปตามแบรนด์ ความถี่ในการใช้งาน และสภาพการใช้งาน แต่โดยทั่วไป ช่วงเวลาตามมาตรฐานที่ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ได้แก่
- หมวกนิรภัย : มีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี โดยหมวกนิรภัยจะเสื่อมเร็วขึ้นเมื่อโดนแสงแดด ความร้อน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีรังสี UV สูง ทำให้พลาสติกกรอบ แตก หรือรับแรงกระแทกได้ลดลง
- แว่นตานิรภัย : มักมีอายุการใช้งาน 6-12 เดือน เนื่องจากเลนส์อาจเป็นรอยและเกิดความขุ่นได้ง่าย ซึ่งส่งผลต่อทัศนวิสัยและลดความสามารถในการป้องกันสะเก็ดหรือสารเคมี
- รองเท้าเซฟตี้ : มีอายุเฉลี่ยประมาณ 1-2 ปี โดยพื้นรองเท้าจะสึกเร็วจนสูญเสียคุณสมบัติกันลื่น และหัวเหล็กอาจเริ่มเสื่อมหรือเกิดสนิมเมื่อใช้งานในพื้นที่เปียกหรือกัดกร่อน
- ถุงมือกันบาด : อายุการใช้งานอยู่ที่ 3-12 เดือน ขึ้นอยู่กับระดับการป้องกัน (Cut Level) และความถี่ในการใช้งาน เส้นใยจะเริ่มสึก ขาด หรือบางลงเมื่อใช้งานกับของมีคมเป็นเวลานาน
- ถุงมือ PU : มักมีอายุการใช้งานสั้นกว่าถุงมือประเภทอื่นประมาณ 1-3 เดือน เนื่องจากผิวเคลือบ PU เสื่อมง่ายเมื่อใช้ในงานละเอียดที่ต้องสัมผัสชิ้นงานตลอดเวลา ทำให้แรงยึดเกาะลดลงอย่างรวดเร็ว
- ชุดกันตก (Full Body Harness) : มีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี โดยสายรัดและตะขอเกี่ยวจะเสื่อมสภาพตามแรงดึง อุณหภูมิ และความชื้น หากเกิดการกระชาก (Shock Load) เพียงครั้งเดียว ต้องเปลี่ยนใหม่ทันที
- ป้ายเตือนความปลอดภัย : โดยทั่วไปมีอายุประมาณ 1-2 ปี เนื่องจากสีจะซีดลงตามเวลา ไม่สะท้อนแสง หรือบิดงอ ทำให้ประสิทธิภาพในการเตือนภัยลดลง
วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ PPE อย่างถูกต้อง
จะเห็นได้ว่า อุปกรณ์ PPE เมื่อใช้ไปนาน ๆ จะเริ่มสึกหรอเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นการตรวจสอบอุปกรณ์ PPE แต่ละชนิดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เรารู้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนใหม่หรือยัง เพื่อให้การทำงานมีความปลอดภัยสูงสุด โดยในการตรวจสอบอุปกรณ์แต่ละชนิด มีวิธีการดังนี้
1. หมวกนิรภัย (Safety Helmet)
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
เริ่มจากตรวจดูสภาพเปลือกหมวกว่ามีรอยร้าว บุบ หรือสีซีดจากแสงแดดหรือไม่ เพราะสัญญาณเหล่านี้บ่งบอกว่าพลาสติกเริ่มเสื่อมสภาพและอาจไม่สามารถรับแรงกระแทกได้เต็มประสิทธิภาพ ต่อมาคือระบบสายรัดและตัวยึดที่ต้องอยู่ในสภาพแข็งแรง ไม่หลวม ขาด หรือเป็นสนิม รวมถึงตัวรองในหมวก (Suspension) ซึ่งต้องยังคงมีความยืดหยุ่น ไม่แข็งกรอบหรือฉีกขาด
สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่
หากหมวกเคยผ่านการกระแทกรุนแรงแม้เพียงครั้งเดียว จะต้องเปลี่ยนทันทีแม้ว่าภายนอกจะยังดูปกติ นอกจากนี้ หากใช้งานมาแล้วเกิน 3-5 ปี หรือเริ่มมีรอยแตกจากความร้อนและรังสี UV ก็ถือว่าไม่ปลอดภัยและควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเช่นกัน
2. แว่นตานิรภัย (Safety Glasses)
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ให้สังเกตเลนส์ว่ามีรอยขีด รอยลึก หรือความขุ่นที่ทำให้ทัศนวิสัยลดลงหรือไม่ เพราะเลนส์ที่เสียสภาพจะเพิ่มความเสี่ยงในการทำงานทันที นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบบริเวณขาแว่นว่ามีการบิดงอ แตก หรือใส่แล้วไม่กระชับหรือไม่ รวมถึงคุณภาพการเคลือบเลนส์ เช่น การเคลือบกันฝ้าหรือกันรังสี ที่อาจเริ่มเสื่อมเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่
หากเลนส์ขุ่นจนมองเห็นยาก มีรอยลึก เช็ดไม่ออก หรือขาแว่นหลวมจนสวมแล้วไม่กระชับ ถือว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนทันที เพราะแว่นที่ทัศนวิสัยไม่ชัดเจนคือความเสี่ยงโดยตรงของอุบัติเหตุในพื้นที่ทำงาน
3. รองเท้าเซฟตี้ (Safety Shoes)
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
เริ่มจากตรวจหัวเหล็กว่ามีรอยบุบ สนิม หรือผิดรูปหรือไม่ เพราะอาจไม่สามารถป้องกันแรงกระแทกได้เท่าเดิม อีกทั้งพื้นรองเท้าจะต้องมีความฝืดเพียงพอ หากพื้นสึกจนลายดอกหายไป แสดงว่าประสิทธิภาพการกันลื่นลดลง ส่วนบนของรองเท้าควรตรวจหารอยขาด รอยรั่ว หรือการแยกตัวของชิ้นส่วน ซึ่งอาจทำให้สารเคมีหรือของมีคมซึมผ่านได้
สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่
หากพื้นรองเท้าแตก เสียรูป หรือหัวเหล็กเริ่มเผยออกมา ถือว่าไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง นอกจากนี้รองเท้าที่ใช้งานหนักอย่างต่อเนื่องนานเกิน 1-2 ปีมักเสื่อมสภาพตามธรรมชาติและควรเปลี่ยนใหม่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
4. ถุงมือกันบาด (Cut-resistant Gloves)
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ให้ตรวจดูลักษณะเส้นใยว่ามีการขาด ฉีก หรือเป็นรูหรือไม่ หากพบว่าพื้นผิวเคลือบยางเริ่มเรียบจนไม่มีความฝืด การยึดจับชิ้นงานจะลดลงทันที และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการลื่นหลุดมือขณะจับวัตถุมีคม ควรตรวจหารอยบาดลึกเพราะอาจทำให้ถุงมือเสียประสิทธิภาพโดยรวม
สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่
เมื่อพบรูขนาดใหญ่ เส้นใยหลุดลุ่ยจนเห็นโครงสร้างภายใน หรือใช้เกินรอบอายุที่ผู้ผลิตกำหนด ถุงมือกันบาดจะไม่สามารถป้องกันของมีคมได้อย่างมั่นใจ ควรเปลี่ยนทันที
5. ถุงมือ PU (PU Coated Gloves)
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ให้ดูที่ผิวเคลือบ PU เป็นหลัก หากเคลือบลอก บางลง หรือผิวเรียบจนไม่เกิดแรงยึดเกาะ แสดงว่าไม่เหมาะสำหรับงานละเอียดที่ต้องการความแม่นยำ นอกจากนี้ ถุงมือที่สวมแล้วไม่กระชับหรือเริ่มขาดง่ายยังเป็นสัญญาณว่าถุงมือเริ่มเสื่อมสภาพ
สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่
เมื่อผิวเคลือบ PU เสื่อมจนจับชิ้นงานได้ไม่มั่นคง หรือถุงมือเริ่มบางและขาดง่าย รวมถึงใช้งานหนักต่อเนื่องเกิน 1-3 เดือน ถือว่าควรเปลี่ยนใหม่เพื่อรักษาความปลอดภัยและความแม่นยำในการทำงาน
6. ชุดกันตก (Fall Protection Equipment)
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ให้ตรวจสายรัดว่ามีรอยขาด เส้นใยแตก หรือรอยไหม้หรือไม่ ตะขอเกี่ยวต้องไม่เป็นสนิม และสปริงต้องสามารถดีดกลับได้อย่างสมบูรณ์ อุปกรณ์ล็อกควรทำงานได้ทันทีโดยไม่ติดขัด เพราะอุปกรณ์กันตกต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลา
สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่
หากชุดกันตกเคยผ่านการกระชากแรงสูง (Shock Load) เพียงแค่ครั้งเดียว จะถือว่าไม่ปลอดภัยในการใช้งานต่อทันที นอกจากนี้สายรัดที่ฉีกเกิน 1 มิลลิเมตร หรือการใช้งานเกิน 3-5 ปี ก็ถือว่าสิ้นสุดอายุทางเทคนิคและต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
7. ป้ายเตือนความปลอดภัย (Safety Signage)
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ตรวจดูสี ความชัดเจนของข้อความ และความสามารถในการสะท้อนแสง หากป้ายสีซีด อ่านไม่ออก หรือไม่สะท้อนแสงในสภาพแสงน้อย แสดงว่าป้ายเริ่มเสื่อมสภาพ ควรตรวจสอบสภาพวัสดุว่ามีการบิดงอ แตก หรือยึดไม่แน่นหรือไม่ เพราะป้ายที่ไม่มั่นคงอาจหล่นหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
สัญญาณว่าต้องเปลี่ยนใหม่
เมื่อข้อความไม่ชัดเจน สัญลักษณ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานปัจจุบัน หรือแผ่นป้ายไม่สะท้อนแสงแล้ว ถือว่าไม่ปลอดภัยและควรเปลี่ยนในทันทีเพื่อให้การเตือนมีประสิทธิภาพสูงสุด
สรุป: ทำไมการตรวจสอบอุปกรณ์ PPE จึงต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ?
การตรวจสอบอุปกรณ์ PPE คือวิธีป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าพนักงานใช้อุปกรณ์ที่มีความสมบูรณ์และปลอดภัย ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอยังช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบาดเจ็บหรืออุปกรณ์ชำรุด และยังเป็นส่วนสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรอีกด้วย
เลือกอุปกรณ์ PPE คุณภาพสูงจาก Esco Premium
การใช้อุปกรณ์ PPE ที่ได้มาตรฐาน คือรากฐานของความปลอดภัยในทุกองค์กร แต่การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ป้องกันที่ทนทาน มีคุณภาพ และผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล Esco Premium พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ด้านความปลอดภัยที่คุณไว้ใจได้
เราคัดสรรสินค้าเซฟตี้หลากหลายประเภท ครอบคลุมทุกความต้องการ ทั้งงานโรงงาน งานก่อสร้าง งานคลังสินค้า และงานอุตสาหกรรมทุกรูปแบบ โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูง ประกอบด้วย
- หมวกนิรภัย รุ่นมาตรฐานอุตสาหกรรม แข็งแรง ทนรังสี UV
- แว่นตานิรภัย ป้องกันสะเก็ด ฝุ่น และสารเคมี พร้อมเลนส์กันรอย
- รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก สำหรับงานหนัก กันกระแทก กันลื่น
- ถุงมือกันบาด ระดับ Cut Level ต่าง ๆ สำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง
- ถุงมือ PU สำหรับงานละเอียด งานประกอบ และงานอิเล็กทรอนิกส์
สอบถามเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคาได้ที่ Esco Premium เรามุ่งมั่นส่งมอบอุปกรณ์ PPE คุณภาพสูง พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะงานของคุณ เพื่อให้พนักงานทำงานได้ปลอดภัย มั่นใจ และมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกวัน
ติดต่อเราได้ที่
แหล่งอ้างอิง
- How Often Should You Inspect & Replace Your PPE to Keep Your Workers Safe?. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 จาก https://kpa.io/blog/how-often-should-you-inspect-replace-your-ppe/
- Personal Protective Equipment. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 จาก https://www.osha.gov/personal-protective-equipment
- Using personal protective equipment (PPE) to control risks at work. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 จาก https://www.hse.gov.uk/ppe/maintenance.htm