KNOWLEDGE

ถุงมือไนไตรคืออะไร ? ไปรู้ถึงคุณสมบัติ และวิธีเลือกซื้อ

ต.ค. 30, 2026

ถุงมือไนไตร คือ ถุงมือที่ผลิตจากยางสังเคราะห์ประเภท

Key Takeaways

 

ถุงมือไนไตร คือ อุปกรณ์ป้องกันที่ผลิตจากยางสังเคราะห์ มีคุณสมบัติทนต่อน้ำมันและสารเคมีบางชนิด เหมาะกับการใช้งานหลากหลาย ทั้งงานที่เกี่ยวกับการทำอาหาร งานทางการแพทย์ งานช่าง และงานในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบสำหรับงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งการเลือกใช้ถุงมือประเภทนี้ ควรพิจารณาจากประเภทงาน ความหนา ขนาด และชนิดของสารที่ต้องสัมผัส เพื่อให้ปลอดภัยต่อการใช้งาน

 

ถุงมือไนไตร (Nitrile Gloves) คือ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่ใช้ในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่งานด้านอาหารและงานทางการแพทย์ ไปจนถึงงานช่างและงานที่ต้องสัมผัสสารเคมี แต่ถุงมือชนิดนี้ผลิตจากวัสดุอะไร แตกต่างจากถุงมือยางธรรมชาติอย่างไร และควรเลือกใช้แบบไหนเพื่อให้เหมาะกับลักษณะงานในแต่ละประเภท ?

การทำความเข้าใจข้อแตกต่างของถุงมือไนไตร จะช่วยให้เลือกใช้อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะกับลักษณะงานมากที่สุด

 

รู้จักถุงมือไนไตรคืออะไร และผลิตจากวัสดุชนิดใด ?

 

ถุงมือไนไตร ต่างจากถุงมือยางธรรมชาติ (Latex) อย่างไร ?

ถุงมือไนไตร คือ ถุงมือที่ผลิตจากยางสังเคราะห์ไนไตรล์บิวตาไดอีน (Nitrile Butadiene Rubber: NBR) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของอะคริโลไนไตรล์ (Acrylonitrile) และบิวตาไดอีน (Butadiene) โดยโครงสร้างยางสังเคราะห์นี้ทำให้ถุงมือมีความทนทานต่อการฉีกขาดได้ดีกว่ายางธรรมชาติ

เมื่อเทียบกับถุงมือยางธรรมชาติ (Latex) ที่ผลิตจากน้ำยางพารา ถุงมือไนไตรเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงโปรตีนจากน้ำยางธรรมชาติ (Latex Protein) หรือผู้ที่มีอาการแพ้ อีกทั้งยังมีความทนทานต่อการเสื่อมสภาพระหว่างจัดเก็บได้ดีเมื่อเก็บรักษาอย่างเหมาะสม

 

คนแพ้โปรตีนยางธรรมชาติสามารถใช้ถุงมือไนไตรได้ไหม ?

ถุงมือไนไตรที่ไม่มีส่วนประกอบของยางธรรมชาติ จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้โปรตีนในน้ำยาง ซึ่งอาจทำให้เกิดผื่นคัน ผื่นแดง หรืออาการแพ้ชนิดที่ 1 (Type I Allergy) อย่างไรก็ตาม สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตถุงมืออาจทำให้บางคนเกิดการระคายเคืองหรือแพ้ได้เช่นกัน ผู้ที่มีประวัติแพ้ถุงมือจึงควรตรวจสอบส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกใช้เสมอ

 

ถุงมือไนไตร 2 ประเภทหลักมีอะไรบ้าง และแตกต่างกันอย่างไร ?

ถุงมือไนไตร สามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ซึ่งมีความหนาและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนี้

 

ถุงมือไนไตรแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Nitrile Gloves)

  • ลักษณะเด่น : บางเบา ยืดหยุ่นสูง แนบเนื้อ ทำให้จับอุปกรณ์ได้อย่างถนัดมือ เหมาะสำหรับการใช้งานครั้งเดียวแล้วทิ้งเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม (Cross-Contamination)
  • การใช้งาน : งานทางการแพทย์ งานห้องแล็บ งานเตรียมและแพ็กอาหาร (Food Grade), งานเสริมสวยทำผม และงานทำความสะอาดทั่วไป

 

ถุงมือไนไตรสำหรับงานอุตสาหกรรม (Nitrile Industrial Gloves / Nitro-flex)

  • ลักษณะเด่น : เป็นถุงมือชนิดหนาพิเศษ ออกแบบมาสำหรับงานหนักโดยเฉพาะ สามารถป้องกันสารเคมีเข้มข้น สารกัดกร่อน กรด-ด่าง และน้ำมันได้ดีกว่าแบบใช้แล้วทิ้ง (ทั้งนี้ ระยะเวลาและความทนทานในการใช้งานจะขึ้นอยู่กับชนิด ระดับความเข้มข้นของสารเคมี และลักษณะงานหน้างาน)
  • การใช้งาน : งานพ่นสี งานอุตสาหกรรมทำความสะอาด งานสัมผัสและจัดการน้ำมัน/สารเคมี งานช่างยนต์ และงานสัมผัสสารเคมีกัดกร่อน กรด-ด่าง ในโรงงานอุตสาหกรรม
นักวิทยาศาสตร์ใส่ถุงมือกันสารเคมีไนโตรขณะทำงานในห้องปฏิบัติงาน

ถุงมือไนไตรใช้ทำอะไรได้บ้างในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรม ?

ถุงมือไนไตรสามารถนำไปใช้ได้ในหลายสายงาน แต่ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับสารหรือสิ่งที่ต้องสัมผัส รวมถึงพิจารณาจากข้อกำหนดด้านความสะอาดของแต่ละลักษณะงานด้วย

 

การใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food Grade)

ถุงมือไนไตรที่ใช้ในงานประกอบอาหาร แล่เนื้อสัตว์ ทำขนม และบรรจุอาหารสดได้ โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเหมาะสำหรับสัมผัสอาหาร (Food Grade) และแบบไม่มีแป้ง (Powder-Free) เพื่อลดความเสี่ยงจากแป้งตกค้างหรือปนเปื้อนในอาหาร นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนถุงมือเมื่อเปลี่ยนประเภทงานหรือเมื่อเกิดการปนเปื้อน

 

การใช้งานทางการแพทย์ งานห้องปฏิบัติการ และงานที่สัมผัสสารเคมี

ถุงมือไนไตรบางรุ่นเหมาะกับงานที่ต้องสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือการหยิบจับตัวอย่างในห้องปฏิบัติการ โดยช่วยลดการสัมผัสโดยตรงและความเสี่ยงจากการปนเปื้อน สำหรับการใช้งานกับสารเคมี ควรเลือกใช้ถุงมือสำหรับงานอุตสาหกรรม และตรวจสอบความเข้ากันได้ของสารเคมีล่วงหน้า

 

การใช้งานในงานช่าง งานเสริมสวย และการทำความสะอาด

  • งานช่างยนต์และงานพ่นสี : ใช้ถุงมือที่เหมาะกับน้ำมันเครื่อง จาระบี สี หรือตัวทำละลายที่ต้องสัมผัส แต่จะต้องตรวจสอบข้อมูลความเข้ากันได้ของวัสดุก่อนใช้งาน
  • งานร้านเสริมสวย : ช่วยลดการสัมผัสสารเคมีจากยาย้อมผมและน้ำยายืดผม ควรเลือกถุงมือให้เหมาะกับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์
  • งานทำความสะอาด : ใช้ลดการสัมผัสน้ำยาขัดพื้นและสารเคมีซักล้างโดยตรง แต่ต้องเลือกชนิดที่เหมาะกับน้ำยาและความเข้มข้นที่ใช้

 

คุณสมบัติเด่นของถุงมือไนไตร ทั้งการป้องกันสารเคมี น้ำมัน

นอกจากวัสดุที่ยืดหยุ่นแล้ว ถุงมือไนไตรยังมีคุณสมบัติด้านความทนทานที่แตกต่างกันตามรุ่น การพิจารณาข้อจำกัดของแต่ละชนิดจะช่วยให้เลือกใช้งานได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

ความทนทานต่อสารเคมี กรด-ด่าง และน้ำมัน

ถุงมือไนไตรที่มีคุณสมบัติทนน้ำมัน จาระบี และสารเคมีบางชนิดได้ดี อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการป้องกันขึ้นอยู่กับความหนาและชนิดของถุงมือด้วย โดยถุงมืออุตสาหกรรมแบบหนาจะป้องกันสารเคมีได้ดีกว่าแบบใช้แล้วทิ้ง

 

ความยืดหยุ่นและความทนทานต่อการฉีกขาด

ถุงมือไนไตรมีความยืดหยุ่นและทนต่อการฉีกขาดได้ในระดับที่แตกต่างกันตามการออกแบบ และแม้ว่าถุงมือบางรุ่นจะเหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรม เพราะอาจทนทานต่อการใช้งานได้มากกว่าถุงมือแบบบาง แต่ใช่ว่าจะสามารถป้องกันการบาดจากของมีคมได้ เว้นแต่ถุงมือรุ่นนั้น ๆ จะได้รับการออกแบบและรับรองความเสี่ยงด้านของมีคมโดยเฉพาะ

 

วิธีเลือกซื้อถุงมือไนไตรให้เหมาะกับงาน

ก่อนเลือกซื้อ ควรพิจารณาลักษณะงานและระดับการป้องกันที่ต้องการเป็นหลัก จากนั้นจึงเลือกความหนา ขนาด และรูปแบบของถุงมือให้เหมาะสม

 

เลือกตามประเภทการใช้งาน

  • งานอาหารและงานที่เน้นสุขอนามัย : เลือกถุงมือแบบใช้แล้วทิ้งที่เหมาะกับงาน และเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  • งานช่าง งานพ่นสี และงานอุตสาหกรรม : พิจารณาถุงมือสำหรับงานอุตสาหกรรม เช่น Nitro-flex โดยตรวจสอบความเหมาะสมกับสารเคมีที่ต้องสัมผัสก่อนใช้งาน

 

เลือกความหนา (Mil) และขนาดให้เหมาะสม

ถุงมือที่บางช่วยให้หยิบจับสิ่งของได้คล่องตัว ส่วนถุงมือที่หนาขึ้นอาจมีความทนทานต่อการใช้งานมากกว่า จึงควรเลือกขนาดและระดับความหนาให้กระชับพอดีมือ และสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของสารเคมีที่ต้องสัมผัส

 

เลือกแบบมีแป้งหรือไม่มีแป้ง

  • แบบไม่มีแป้ง (Powder-Free) เหมาะกับงานที่ต้องควบคุมการปนเปื้อน เช่น งานอาหาร งานทางการแพทย์ และงานห้องปฏิบัติการ เพื่อป้องกันแป้งตกค้างในชิ้นงาน
  • แบบมีแป้ง (Powdered) ช่วยให้สวมถุงมือได้ง่ายขึ้นในบางสถานการณ์ แต่ควรพิจารณาความเสี่ยงจากแป้งตกค้างและข้อกำหนดด้านสุขอนามัยของงานก่อนเลือกใช้

 

ปกป้องร่างกายจากสารเคมีอย่างมั่นใจ เลือกมาตรฐานถุงมือไนไตรจาก Esco Premium

Esco Premium พร้อมเป็นตัวแทนจำหน่ายถุงมือกันสารเคมีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น ถุงมือไนไตรแบบไม่มีแป้ง (Powder-Free) ปลอดภัย ไม่ปนเปื้อน ครอบคลุมทั้งแบบใช้แล้วทิ้ง และถุงมือไนไตรสำหรับงานอุตสาหกรรม เช่น ถุงมือไนโตรจากแบรนด์ Nitro-flex ที่มีความหนาแน่น ทนทานต่อสารเคมีและน้ำมัน พร้อมอุปกรณ์ PPE ป้องกันสารเคมีครบวงจร ทนทานสูง ไม่ฉีกขาดง่าย ป้องกันกรด-ด่าง และสารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการ งานพ่นสี งานทำความสะอาด และงานช่างทุกประเภท

ทั้งนี้ ก่อนเลือกซื้อถุงมือกันสารเคมีทุกชนิด ควรพิจารณาประเภทสารที่ต้องสัมผัสและระดับการป้องกันที่จำเป็น เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมกับความเสี่ยงในการทำงาน โดยสามารถสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Glove Selection. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จาก https://hsrm.umn.edu/research-safety/lab-research-safety/chemical-hygiene-plan/6-safety-equipment/63-personal-2
  2. Glove Selection Guide. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จาก https://www.fws.gov/policy-library/e4241fw3

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงมือไนไตร (FAQs)

 

ถุงมือไนไตรคืออะไร กันสารเคมีได้ไหม ?

กันได้บางชนิด โดยถุงมือไนไตรแบบใช้แล้วทิ้งเหมาะกับการป้องกันสารเคมีเจือจาง ส่วนงานที่ต้องสัมผัสสารเคมีเข้มข้นหรือสารกัดกร่อน ควรเลือกใช้ถุงมือไนไตรสำหรับงานอุตสาหกรรม และตรวจสอบตารางการทนสารเคมีก่อนใช้งานเสมอ

 

ถุงมือไนไตรกันน้ำมันได้ไหม ?

ถุงมือไนไตรสามารถทนต่อน้ำมันและจาระบีได้หลายชนิด จึงเหมาะกับงานช่างและงานอุตสาหกรรมบางประเภท อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการป้องกันขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำมันและรุ่นของถุงมือ ควรตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งาน

 

ถุงมือไนไตรใช้ซ้ำได้หรือไม่ ?

ขึ้นอยู่กับประเภทและคำแนะนำของผู้ผลิต ถุงมือไนไตรแบบใช้แล้วทิ้งควรทิ้งหลังใช้งานตามข้อกำหนด ส่วนถุงมือสำหรับงานอุตสาหกรรมบางรุ่นอาจใช้ซ้ำได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องตรวจสอบความเสียหายและการปนเปื้อนก่อนนำกลับมาใช้

 

ถุงมือไนไตรแบบมีแป้งกับไม่มีแป้งต่างกันอย่างไร ?

ถุงมือแบบมีแป้งช่วยให้สวมใส่ง่ายขึ้น ส่วนแบบไม่มีแป้งช่วยลดสารตกค้างจากแป้งและเหมาะกับงานที่ต้องควบคุมการปนเปื้อน เช่น งานอาหารและงานทางการแพทย์ ทั้งนี้ ควรเลือกประเภทที่สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดของงานนั้น ๆ

Share this article

  • Line
  • Facebook
  • Email
  • Copy Link
Contact Us