หลักการพื้นฐานในการป้องกันการสูญเสียการได้ยิน 

 

การตรวจสอบแผนป้องกันการสูญเสียการได้ยิน 
ตาม หลักการแล้ว การตรวจสอบแผนการป้องกันการสูญเสียการได้ยินควรจะต้องดำเนินการอย่างระมัด ระวังก่อนนำมาบังคับใช้ หรือ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแผนที่ใช้งานอยู่   วิธีที่ดีที่สุดคือการตรวจสอบจากฝ่ายบริหารลงมา โดยจะต้องคำนึงถึงผลที่จะเกี่ยวข้องกับระเบียบข้อบังคับ  การจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ดี   ความจำเป็นในการพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนนโยบาย   เพื่อให้เกิดเชื่อมั่นได้ว่าจะจัดหาทรัพยากรได้อย่างเพียงพอ และการมอบอำนาจให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติตามแผนงานประจำวัน   โดยจะต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ในการประเมินการได้ยิน การนำเอาการควบคุมทางด้านวิศวกรรมและการจัดการมาใช้   รวมถึงการมีส่วนร่วมของหัวหน้างานที่เกี่ยวข้องในแผนงาน    ระบบ การตรวจวัดการได้ยินและการจัดเก็บข้อมูลจำเป็นจะต้องให้ความสนใจตั้งแต่วิธี การบันทึกความสามารถในการได้ยิน และองค์ประกอบอื่นๆที่จะมีผลต่อแผนงาน  ซึ่ง จะทำให้แผนงานเกิดขึ้นหรือต้องหยุดไป ควรมีการวางแผนในการให้ความรู้พนักงานและผู้บริหาร และมีการชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จและความล้มเหลวที่เคยเกิดขึ้น    กรณีที่ไม่สามารถลดระดับเสียงลงจนไม่ทำให้เกิดอันตรายได้   ในแผนงานควรจะต้องจัดหาและ ฝึกอบรมการใช้อุปกรณ์ป้องกันด้วย

 

การตรวจวัดอันตรายที่เกิดต่อการได้ยิน 
ฝ่ายบริหารควรตั้งเป้าหมายในการสำรวจระดับเสียง และต้องแน่ใจว่าการทำงานเป็นไปตามขั้นตอนและมีการจัดหาอุปกรณ์และทรัพยากร พร้อมในการจัดเก็บและประเมินวัดผลในการเก็บและวิเคราะห์การตรวจอาการหูหนวก เนื่องจากเสียงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหูหนวกได้มากที่สุด ในส่วนนี้จึงให้ความสนใจกับการตรวจสอบระดับเสียง ในกรณีหูหนวกที่เกิดจากสารเคมี จะพบขั้นตอนการวิเคราะห์ที่ระบุไว้ในคู่มือวิธีการวิเคราะห์ ที่ระบุถึง การเก็บตัวอย่างสารเคมี จำนวนตัวอย่างที่เก็บ และการวิเคราะห์สารเคมีที่พบ สำหรับสารเคมีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย  ต้องมีการ รายงานผลการตรวจสอบเสียงและการตรวจสอบอื่นๆกับผู้ดูแลแผนการป้องกันการสูญ เสียการได้ยิน และพนักงาน ผู้ดูแลแผนการป้องกันการสูญเสียการได้ยินต้องประสานงานกับพนักงานฝ่ายผลิต เพื่อที่จะตรวจสอบตัวอย่างการผลิตหรือกระบวนการผลิต และ ระดับเสียงที่เป็นอันตราย

 

การควบคุมทางด้านวิศวกรรมและการจัดการ 
ตามหลักการแล้ว การควบคุมทางวิศวกรรมควรจะลดหรือกำจัดกับการสัมผัสกับเสียงจนถึงจุดที่ทำให้ เกิดอันตราย สิ่งสำคัญสำหรับบริษัทคือ การกำหนดให้การซื้อหรือการปรับแต่งอุปกรณ์ใหม่ที่มีระดับการเกิดเสียงดัง น้อย  ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องระบุถึงแหล่งของเสียงที่ควบคุมได้   ตั้งเป้าหมายในการควบคุม และจัดทรัพยากรที่จะทำให้สำเร็จตามเป้าหมายเป็นอับดับแรก  แหล่งที่มาของเสียงเพื่อที่จะทำให้ได้ตามเป้าหมาย  ฝ่าย จัดการควรจะจัดให้มีการควบคุมดูแลโดยการจัดตารางที่จะลดการสัมผัสกับเสียง และสารที่เป็นอันตรายต่อการได้ยิน และจัดให้มีบริเวณพักกลางวันที่เงียบและสะอาด ผู้ดูแลแผนงานต้องแน่ใจว่ามีการสื่อสารกันระหว่าง ฝ่ายบริหาร ผู้ควบคุมเสียง และพนักงานฝ่ายผลิต พนักงานต้องแจ้งให้ฝ่ายบริหาร และผู้มีหน้าที่ควบคุมทางวิศวกรรมทราบเมื่อเกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบ จากเสียง และ ต้องเรียนรู้ที่จะทำงานอย่างปลอดภัย

 

การตรวจวัดการได้ยิน 
การประเมินการตรวจวัดการได้ยิน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากต่อความสำเร็จของแผนการป้องกันการสูญเสียการได้ยิน  เนื่อง จากเป็นวิธีการเดียวที่จะประเมินว่าการป้องกันได้ผลหรือไม่ ฝ่ายจัดการต้องจัดสรรเวลาและทรัพยากรอย่างเพียงพอในการดำเนินแผนการตรวจวัด การได้ยินเพื่อให้ผลการตรวจวัดการได้ยินมีความถูกต้องแม่นยำ   มิฉะนั้นแล้ว  ผลการตรวจที่ได้รับก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย  การ สื่อสารและความร่วมมือระหว่างบุคลากรในบริษัท การบริการด้านสุขภาพ และตัว0พนักงานก็มีความสำคัญ พนักงานต้องแจ้งให้ทราบเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับหู หรือการสัมผัสกับสารพิษ หรือปัญหาที่พบจากการตรวจวัดการได้ยิน  และพนักงานจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษา หรือรับการรักษาทางการแพทย์หรือการประเมินผลการตรวจการได้ยินเพิ่มเติม

 

อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน 
เมื่อ ไม่สามารถใช้การควบคุมทางวิศวกรรมหรือการจัดการได้ อุปกรณ์ป้องกันการได้ยินเป็นวิธีการเดียวที่จะใช้ป้องกันอันตรายจากเสียง พนักงานแต่ละคนจะมีการตอบสนองต่อการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวแตกต่างกันออกไป และแผนงานที่ประสบความสำเร็จควรจะตอบสนองต่อความต้องการของแต่ละคน

การให้ความรู้และสร้างแรงจูงใจ 
ฝ่ายบริหารควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆในการจัดให้มีการฝึกอบรมและการเลือกช่องทางในการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ   ความ รู้และความกระตือรือล้นของวิทยากรที่จะต้องทำการฝึกอบรมโดยทำให้การนำเสนอ นั้นสั้น กระชับ ง่ายและเกี่ยวข้องกับพนักงานและฝ่ายบริหารมากที่สุด

 

การบันทึก 
ใน แต่ละส่วนของแผนงานป้องกันการสูญเสียการได้ยินจะทำให้เกิดรูปแบบในการจัด เก็บข้อมูลของตนเอง เช่น แบบฟอร์มการสำรวจเสียง การตรวจวัดการได้ยิน และประวัติทางการแพทย์  ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ต้องนำไป รวมกับข้อมูลสุขภาพของพนักงาน การจัดเก็บประวัติเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการบาดเจ็บจนทำให้สูญเสียการได้ยินเนื่องจากอยู่ในที่ซึ่งมีเสียง ดังมักจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และไม่มีหลักฐานที่แสดงได้เหมือนเรื่องของความปลอดภัยอื่น   พนักงานจึงควรใช้ประโยชน์ระบบการจัดเก็บข้อมูลโดยการไต่ถามถึงสภาพการได้ยินโดยเฉพาะจากการตรวจวัดการได้ยินประจำปี

 

การวิเคราะห์แผนงาน 
การ วิเคราะห์แผนการป้องกันการสูญเสียการได้ยินเป็นสิ่งจำเป็นในการตรวจสอบว่า แผนงานใช้ได้จริงหรือมีปัญหาอะไรหรือไม่ ส่วนไหนที่ต้องมีการปรับเปลี่ยน

 

ขอบคุณที่มา :: จอปอ.คอม